ข่าวประชาสัมพันธ์

  • สคช. ถก กรมจัดฯ เตรียมแผนส่งเสริมให้กำลังแรงงานมีงานทำพร้อมรับรองคุณวุฒิวิชาชีพ

    26.01.2566
    10 View

    สคช. ถก กรมจัดฯ เตรียมแผนส่งเสริมให้กำลังแรงงานมีงานทำพร้อมรับรองคุณวุฒิวิชาชีพ นางสาวนฤมล พูลทรัพย์ ที่ปรึกษาสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (สคช.) นำคณะผู้บริหารสถาบันฯ เข้าพบหารือนางสาวบุณยวีร์ ไขว้พันธุ์ รองอธิบดีกรมการจัดหางาน ถึงแนวทางความร่วมมือในการส่งเสริมให้กำลังแรงงานมีงานทำ และได้การรับรองคุณวุฒิวิชาชีพ โดยครอบคลุมทั้งแรงงานภายในประเทศและแรงงานข้ามชาติให้สามารถประกอบอาชีพได้อย่างมีมาตรฐาน นอกจากนี้ยังหารือแนวทางการเตรียมความพร้อมสำหรับกำลังแรงงานไทยที่จะไปทำงานในต่างประเทศด้วยการฝึกอบรมตามมาตรฐานอาชีพ และให้การรับรองคุณวุฒิวิชาชีพก่อนการเดินทาง นำร่องที่ประเทศญี่ปุ่น เช่นเดียวกันกับกำลังแรงงานที่เดินทางกลับเข้าประเทศให้สามารถเทียบโอนประสบการณ์การทำงานเพื่อการรับรองคุณวุฒิวิชาชีพได้เช่นกัน ซึ่งจะสร้างความก้าวหน้าในการประกอบอาชีพได้ นอกจากนี้ยังหารือแนวทางรองรับสำหรับกำลังแรงงานข้ามชาติให้มีความพร้อมก่อนเข้ามาทำงานในประเทศไทย รวมถึงการส่งเสริมให้เกิดการรับรองคุณวุฒิวิชาชีพสำหรับอาชีพผู้สรรหาแรงงานข้ามชาติเพื่อให้สามารถประกอบอาชีพได้อย่างมีจริยธรรม มีมาตรฐาน ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาการค้ามนุษย์ การเอาเปรียบแรงงาน รวมทั้งลดความเหลื่อมล้ำของแรงงาน ไม่เพียงเท่านั้น สคช. และกรมการจัดหางาน จะได้มีการความร่วมมือในการส่งเสริมให้ข้าราชการกรม การจัดหางานเข้ารับการประเมิน เพื่อได้รับคุณวุฒิวิชาชีพการแนะ แนวอาชีพของ สคช. ซึ่งจะมีส่วน สนับสนุนภารกิจของกรมการจัดหางานในการเตรียมกำลังคน เข้าสู่ตลาดแรงงานอย่างมีคุณภาพ และมีโอกาสได้งานทำ โดยใช้ประโยชน์จากแพลตฟอร์ม EWE เป็นแพลตฟอร์มกลางเพื่อการพัฒนากำลังคน และส่งเสริมการมีงานทำ โดยจากนี้จะได้จัดทำ ( ร่าง ) MOU ฉบับที่ 2 เพื่อกำหนดขอบเขตความร่วมมือสำหรับภารกิจที่เพิ่มขึ้นต่อไป ทั้งนี้คณะทำงานของ สคช. ยังได้เข้าพบเพื่อสรุปความคืบหน้าความร่วมมือกับกรมการจัดหางานเพื่อขอคำแนะนำเพิ่มเติมจากนายวรรณรัตน์ ศรีสุกใส รองปลัดกระทรวงแรงงาน ซึ่งพร้อมให้การสนับสนุนการทำงานกับ สคช. และมองว่าเป็นเรื่องที่ดีที่มีการส่งเสริมให้ผู้สรรหาแรงงานข้ามชาติได้การรับรองคุณวุฒิวิชาชีพซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาเรื่องการจ้างแรงงานไม่ถูกกฎหมาย การค้ามนุษย์ได้เป็นอย่างดี โดยพร้อมผลักดันให้มีการบรรจุคุณสมบัติของผู้สรรหาแรงงานข้ามชาติว่าทุกคนต้องผ่านการรับรองคุณวุฒิวิชาชีพก่อนจึงจะสามารถประกอบอาชีพได้ต่อไป

  • สคช. พบคณะ ICB ระดมความเห็นเพื่อการพัฒนากำลังคน ส่งกำลังคนสู่ตลาดแรงงานพร้อมรับรองคุณวุฒิวิชาชีพ

    26.01.2566
    14 View

    นายสุรพล พลอยสุข ผู้อำนวยการสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ พร้อมด้วยนางสาวจุลลดา มีจุล รองผู้อำนวยการสถาบันฯ นำทีมผู้บริหารสถาบันฯ จัดประชุมหารือคณะกรรมการที่ปรึกษาเพื่อการพัฒนากำลังคน หรือ ICB 7 คณะ เพื่อวางแผนทิศทางความต้องการและการพัฒนากำลังคนในกลุ่มอุตสาหกรรม 7 กลุ่มสำคัญในการพัฒนาประเทศ ที่ประกอบไปด้วยกลุ่มอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ กลุ่มอุตสาหกรรมดิจิทัล กลุ่มอุตสาหกรรมการเกษตร กลุ่มอุตสาหกรรมบริการสุขภาพและบริการทางการแพทย์ กลุ่มอุตสาหกรรมพลังงานและพลังงานทดแทน กลุ่มอุตสาหกรรมอาหาร และกลุ่มอุตสาหกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ ซึ่งมีทั้งผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ สมาคม สมาพันธ์ รวมทั้งผู้ประกอบการ นายจ้าง อาทิ ผู้แทนจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิต สมาคมขนส่งสินค้าและโลจิสติกส์ สภาการพยาบาล บริษัท อิชิตัน กรุ๊ป จำกัด(มหาชน) บริษัท ซีพี เมจิ จำกัด บริษัท ดิจิทัล บิสิเนส คอนซัลท์ จำกัด เป็นต้น ซึ่งแนวทางการทำงานของคณะ ICB คือภาคอุตสาหกรรมจะกำหนดแนวทางในการพัฒนากำลังคน กำหนดสมรรถนะที่ผู้ประกอบการต้องการ รวมถึงหลักสูตรฝึกอบรม ที่สอดคล้องกับสมรรถนะที่อุตสาหกรรมต้องการ ซึ่งจะตอบโจทย์ในการได้กำลังแรงงานที่สามารถปฏิบัติงานได้จริงอันจะนำไปสู่การพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน เบื้องต้นที่ประชุมส่วนใหญ่เห็นตรงกันว่าการจัดทำมาตรฐานอาชีพ ให้การรับรองด้วยประกาศนียบัตรคุณวุฒิวิชาชีพ เป็นเรื่องที่ดี การเปลี่ยนความคิดคนที่เห็นว่าปริญญาใบเดียวไม่ได้การันตีความสามารถนั้น จะช่วยให้กำลังคนเข้าสู่ตลาดแรงงาน สร้างอาชีพได้เร็วขึ้น พร้อมเสนอแนวคิดหลากหลายในการทำงานร่วมกัน เบื้องต้นเห็นควรจัดกลุ่มอาชีพที่สำคัญเร่งด่วนในการพัฒนาประเทศ นำร่องในการส่งเสริมปรับปรุงมาตรฐานอาชีพให้เป็นปัจจุบัน และรองรับอนาคต พร้อมทำโมเดลการฝึกอบรม เรียนรู้งานให้มีทักษะตรงตามมาตรฐานอาชีพและได้การรับรองคุณวุฒิวิชาชีพโดยมีสถานประกอบการรองรับเข้าทำงานในทันที เนื่องจากเป็นผู้ที่สามารถทำงานได้จริงตรงตามความต้องการของสถานประกอบการ เนื่องจากที่ผ่านมาประสบปัญหาผู้เรียนจบแล้วไม่สามารถทำงานได้ แต่หากมีโมเดลในลักษณะนี้ก็จะตอบโจทย์ทั้งคนทำงาน และสถานประกอบการไปด้วยกัน ด้านนายสุรพล เน้นย้ำว่าหากสถานประกอบการให้ความร่วมมือ เห็นความสำคัญและให้การยอมรับการรับรองคุณวุฒิวิชาชีพ ก็จะสร้างประโยชน์ในการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคมของประเทศเป็นอย่างมาก เพราะจะทำให้กำลังคนเข้าสู่ตลาดแรงงานได้เร็วขึ้น เรียกว่าไปทำงานก่อนแล้วค่อยกลับมาเอาวุฒิทางการศึกษา ซึ่งสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพกำลังดำเนินการร่วมกับทุกภาคส่วนที่เพิ่มโอกาสให้กำลังแรงงานเหล่านี้มีโอกาสทั้งสร้างรายได้ และได้คุณวุฒิที่สูงขึ้นด้วย

  • สคช. - กทม. เตรียมแผนส่งเสริมสตรีทฟู้ดเมืองกรุง เป็นร้านสตรีทฟู้ดถูกต้อง ถูกใจ ได้มาตรฐาน ผ่านการรับรองคุณวุฒิวิชาชีพโดย สคช.

    24.01.2566
    17 View

    สคช. - กทม. เตรียมแผนส่งเสริมสตรีทฟู้ดเมืองกรุง เป็นร้านสตรีทฟู้ดถูกต้อง ถูกใจ ได้มาตรฐาน ผ่านการรับรองคุณวุฒิวิชาชีพโดย สคช. นางสาววรชนาธิป จันทนู รองผู้อำนวยการสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (สคช.) เข้าพบหารือร่วมกับนายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) ถึงแนวทางความร่วมมือในการส่งเสริมผู้ประกอบการอาหารริมบาทวิถี (Street Food) ที่ขึ้นทะเบียนผู้ค้ากับ กทม. ให้ได้การรับรองคุณวุฒิวิชาชีพ ซึ่งจะช่วยเสริมแรงการเป็นผู้ประกอบอาหารริมบาทวิถีที่ประกอบอาหารได้ถูกสุขลักษณะ สะอาด ปลอดภัย ได้มาตรฐาน และการรับรองคุณวุฒิวิชาชีพ ยังเป็นผู้ค้าที่ขึ้นทะเบียนถูกต้องตามระเบียบของ กทม. เรียกว่า เป็นร้านสตรีทฟู้ดถูกต้อง ถูกใจ ได้มาตรฐาน ผ่านการรับรองคุณวุฒิวิชาชีพโดย สคช. นายจักกพันธุ์ ระบุว่า ในเขตกรุงเทพมหานครมีผู้ประกอบการร้านอาหารริมบาทวิถีอยู่ราว 2 หมื่นราย บางส่วนได้ดำเนินการขึ้นทะเบียนตรงตามหลักเกณฑ์ของ กทม. และสามารถตรวจสอบทะเบียนผู้ค้าได้จากระบบ QR Code ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีหากทำงานร่วมกับ สคช. เพราะไม่เพียงจะช่วยให้ผู้บริโภคสามารถตรวจสอบ และมั่นใจในผู้ค้าแล้ว ยังช่วยส่งเสริมความรู้ และทักษะในการประกอบอาชีพให้กับผู้ประกอบอาหารริมบาทวิถี ที่ยังสามารถไปต่อยอดการเรียนรู้ รวมถึงการหาแหล่งเงินทุนได้ เป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจในครัวเรือน และการท่องเที่ยวของประเทศด้วย

  • สคช. ลุยต่อ!! หารือ ฟอร์ด มอเตอร์ นำคุณวุฒิวิชาชีพไปใช้ในสถานประกอบการ ตั้งเป้ายกระดับบุคลากรทั้งระบบ

    20.01.2566
    64 View

    สคช. ลุยต่อ!! หารือ ฟอร์ด มอเตอร์ นำคุณวุฒิวิชาชีพไปใช้ในสถานประกอบการ ตั้งเป้ายกระดับบุคลากรทั้งระบบ นายสุรพล พลอยสุข ผู้อำนวยการสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ พร้อมด้วยนางสาววรชนาธิป จันทนู รองผู้อำนวยการ นำทีมสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) ร่วมพูดคุยหารือแนวทางการทำงานร่วมกับ บริษัท ฟอร์ด มอเตอร์ คัมปะนี (ประเทศไทย) จำกัด นำโดย นางสาวสุขกมล โสภาโชติ ผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรบุคคล นายจิรวัฒน์ จีระดีพลัง ผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรบุคคล นายธรรมศักดิ์ อภิบาลวรกุล ผู้จัดการทั่วไป พร้อมด้วยนายสถิรยุทธ แสงสุวรรณ รองประธานบริษัทฯ ฝ่ายทรัพยากรบุคคล บริษัท ออโต้อัลลายแอนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด (AAT) ผู้ผลิตรถยนต์ฟอร์ด และมาสด้า ในการร่วมกันพัฒนาและยกระดับพนักงานของฟอร์ด ด้วยคุณวุฒิวิชาชีพ ผ่านศูนย์การเรียนรู้และฝึกอบรมบุคลากรฟอร์ด (Ford Learning Center) เพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากร ให้มีความพร้อมในการให้บริการระดับสากล นายสุรพล กล่าวว่า บริษัท ฟอร์ด มอเตอร์ คัมปะนี (ประเทศไทย) จำกัด เป็นสถานประกอบการขนาดใหญ่ ที่มีบุคลากรในเครือข่ายทั้งสายการผลิตและบริการ มีความพร้อมในทุกมิติ ในการนำคุณวุฒิวิชาชีพไปช่วยเติมเต็มและยกระดับกำลังแรงงานให้มีมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล เพิ่มโอกาสก้าวหน้าในอาชีพ ด้วยการเลื่อนขั้น เลื่อนตำแหน่ง และมีรายได้ที่เพิ่มขึ้น ส่งเสริมให้เป็นกำลังแรงงานคุณภาพ ซึ่งสามารถเป็นต้นแบบของสถานประกอบการขนาดกลาง และขนาดเล็กในการยอมรับคุณวุฒิวิชาชีพต่อไป นางสาวสุขกมล กล่าวว่า Ford Learning Center เป็นศูนย์ฝึกอบรมช่างเทคนิค และดีลเลอร์ในประเทศ ด้วยการส่งเสริมให้มีการฝึกปฏิบัติจริง เพื่อพัฒนาผู้ให้บริการได้ดียิ่งขึ้น สร้างการเรียนรู้ใหม่ๆ ให้กับบุคลากร ทั้งนี้ เห็นว่าระบบคุณวุฒิวิชาชีพ จะมาตอบโจทย์การพัฒนากำลังแรงงานทั้งระบบได้อย่างเป็นรูปธรรม การหารือกับบริษัท ฟอร์ด มอเตอร์ คัมปะนี (ประเทศไทย) จำกัด เกิดขึ้นต่อเนื่องจากความร่วมมือระหว่าง สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ และ AAT ซึ่งเป็นต้นแบบของสถานประกอบการขนาดใหญ่ ที่ให้การยอมรับในประสบการณ์ ความรู้ ความสามารถ และทักษะในการประกอบอาชีพของกำลังแรงงาน พร้อมส่งเสริมพนักงานในบริษัทกว่า 2,000 คน ได้เข้าสู่การรับรองด้วยคุณวุฒิวิชาชีพ เพื่อเป็นกำลังแรงงานที่มีคุณภาพ สร้างความมั่นคงทางรายได้ และความก้าวหน้าในอาชีพในสถานประกอบการมาแล้ว

  • สคช. - ฟู้ดแพชชั่น สร้างงาน สร้างรายได้ และให้คุณวุฒิวิชาชีพ สร้างความก้าวหน้าให้บุคลากรในองค์กร

    18.01.2566
    74 View

    สคช. - ฟู้ดแพชชั่น สร้างงาน สร้างรายได้ และให้คุณวุฒิวิชาชีพ สร้างความก้าวหน้าให้บุคลากรในองค์กร นางสาววรชนาธิป จันทนู รองผู้อำนวยการสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ ร่วมเปิดกิจกรรมทดสอบมาตรฐานวิชาชีพ ประจำปี 2566 ของศูนย์การเรียนฟู้ดแพชชั่น บริษัท ฟู้ดแพชชั่น จำกัด ผู้ประกอบการธุรกิจร้านอาหารชื่อดัง อย่างบาร์บีคิวพลาซ่า ฌานา โภชา และเรดซัน เพื่อเป็นการเปิดโอกาสใหม่ในอาชีพ ให้กับกลุ่มนักเรียน นักศึกษา ได้มีการเรียนรู้และปฏิบัติงานให้ตรงตามมาตรฐานอาชีพ สร้างการยอมรับ สร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคในการให้บริการ โดยมีนางสาวนาทีรัตน์ บุญรัตน์ ประธานบริหารสายงานทรัพยากรบุคคล กล่าวเปิดกิจกรรม นางสาววรชนาธิป กล่าวว่า หนึ่งในหัวใจสำคัญที่จะทำให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างมีประสิทธิภาพ คือการพัฒนากำลังคนให้มีศักยภาพ บริษัท ฟู้ดแพชชั่น เป็นสถานประกอบการที่มีความพร้อมและเล็งเห็นความสำคัญ ในการพัฒนาศักยภาพพนักงานในองค์กร โดยเริ่มตั้งแต่ต้นน้ำ จากการนำหลักสูตรการฝึกอบรมเทียบเคียงความสอดคล้องกับมาตรฐานอาชีพ จากสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) ได้รับการฝึกฝนอย่างเป็นระบบ จากสถานประกอบการจริง ที่ไม่ได้จำกัดแค่ในห้องเรียน อาทิ พนักงานในร้านอาหาร ผู้ช่วยผู้จัดการร้านอาหาร ผู้จัดการร้านอาหาร รวมไปถึงอาชีพด้านการผลิตอาหารและเครื่องดื่มอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องอีกด้วย พร้อมผลักดันให้ได้รับการรับรองด้วยคุณวุฒิวิชาชีพ ทั้งนี้ ก็เพื่อร่วมกันส่งเสริมให้พนักงานและนักเรียน นักศึกษา จากศูนย์การเรียนฯ มีโอกาส มีงาน มีรายได้ และยังมีคุณวุฒิวิชาชีพ ที่ช่วยสร้างความก้าวหน้าในอาชีพ ส่งผลให้สถานประกอบการได้รับประโยชน์จากบุคลากรที่มีศักยภาพ และเกิดการพัฒนาในองค์กรอย่างยั่งยืนต่อไป

  • กองบัญชาการกองทัพไทย เตรียมกำลังพล ตบเท้าเข้ารับรองคุณวุฒิวิชาชีพ

    17.01.2566
    88 View

    กองบัญชาการกองทัพไทย เตรียมกำลังพล ตบเท้าเข้ารับรองคุณวุฒิวิชาชีพ พล.อ.ศิราวุฒิ วงศ์ขันตี รองผู้บัญชาการทหารสูงสุด กองบัญชาการกองทัพไทย พร้อมคณะ เข้าพบนายสุรพล พลอยสุข ผู้อำนวยการสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ นางสาววรชนาธิป จันทนู นางสาวจุลลดา มีจุล รองผู้อำนวยการสถาบันฯ เพื่อหารือแนวทางความร่วมมือในการผลักดันกำลังพล และประชาชนในสายงานกิจการพลเรือน กองบัญชาการกองทัพไทย ได้มีโอกาสเข้าสู่การรับรองคุณวุฒิวิชาชีพ นายสุรพล กล่าวว่า รู้สึกยินดีที่กองบัญชาการกองทัพไทย ได้เล็งเห็นความสำคัญของคุณวุฒิวิชาชีพ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งคุณวุฒิที่สามารถเทียบเท่าได้กับคุณวุฒิทางการศึกษา ซึ่งจะช่วยตอบโจทย์ในการพัฒนากำลังพล และประชาชนที่มีทั้งความรู้ และประสบการณ์ ที่ได้รับสั่งสมจากการฝึก ไม่ว่าจะเป็นความรู้ด้านเกษตรกรรม สาธารณูปโภค และการบรรเทาสาธารณภัย นำไปสู่การเลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่ง การปรับเงินเดือน มีโอกาสก้าวหน้าในอาชีพหลังปลดประจำการ รวมถึงความภาคภูมิใจในอาชีพ พล.อ.ศิราวุฒิ กล่าวว่า การส่งเสริมให้กำลังพลมีคุณวุฒิวิชาชีพ นอกจากจะได้ทำงานในหน้าที่ได้ตามมาตรฐานอาชีพอย่างมีประสิทธิภาพแล้ว ยังมีโอกาสในการสร้างอาชีพที่ 2 และที่ 3 เพื่อสร้างความมั่นคง สร้างความเข้มแข็งให้กับครอบครัว ภายหลังปลดประจำการ ซึ่งไม่เพียงแต่เป็นประโยชน์กับตัวของกำลังพลเอง แต่ยังเป็นประโยชน์กับกองทัพอีกด้วย ในการหารือครั้งนี้ สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ ได้มีการเชิญชวนกำลังพล และพลเรือนในสังกัดสายงานกิจการพลเรือน เข้าใช้งาน ระบบ E-Portfolio บนแพลตฟอร์ม E-Workforce Ecosystem Platform หรือ EWE แพลตฟอร์มอัจฉริยะเพื่อการบริหารจัดการข้อมูลด้านกำลังคนของประเทศอย่างเป็นระบบ เพื่อสนับสนุนให้คนมีงานทำ และยังเป็นกลไกให้เกิดการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง เพื่อนำไปสู่การเรียนรู้ตลอดชีวิต ทั้งนี้ ทุกคนในอาชีพสามารถ บันทึกประวัติ ผลงาน รางวัล ประกาศนียบัตรจากการอบรม หรือแม้แต่ประสบการณ์ทำงาน บนแฟ้มสะสมผลงานอิเล็กทรอนิกส์ได้ ซึ่งเมื่อสถานประกอบการ และนายจ้าง ที่ต้องการคนทำงาน ก็จะสามารถพิจารณาจาก E-Portfolio ที่ฝากไว้ในระบบได้ทันที นำไปสู่โอกาสในการได้งานทำที่มีประสิทธิภาพต่อไป

  • สคช. ร่วมแสดงความยินดี การก้าวสู่ปีที่ 46 หนังสือพิมพ์มติชน

    09.01.2566
    139 View

    สคช. ร่วมแสดงความยินดี การก้าวสู่ปีที่ 46 หนังสือพิมพ์มติชน นางสาววรชนาธิป จันทนู รองผู้อำนวยการสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ เป็นตัวแทนสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) หรือ สคช. ร่วมแสดงความยินดีเนื่องในโอกาส ก้าวสู่ปีที่ 46 หนังสือพิมพ์มติชน บทใหม่ประเทศไทย 2023 Thailand New Episode โดยมีนางสาวปานบัว บุนปาน กรรมการผู้จัดการ บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วยนายจำลอง ดอกปิก บรรณาธิการบริหาร หนังสือพิมพ์มติชน ให้การต้อนรับ ณ อาคารบริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) สำนักงานใหญ่ นางสาววรชนาธิป กล่าวว่า สคช. ขอถือโอกาสการก้าวสู่ปีที่ 46 ของหนังสือพิมพ์มติชน ร่วมแสดงความยินดี พร้อมขออวยพรให้ทำหน้าที่สื่อมวลชนอย่างมีคุณภาพ สามารถสะท้อนสังคมไทย ด้วยการนำเสนอข้อมูลที่ข่าวสารที่เป็นประโยชน์ ก้าวทันต่อความเปลี่ยนแปลง และกระแสใหม่ของโลกดิจิทัล ในการนี้ กรรมการผู้จัดการ บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) ได้ให้ความสนใจ ถึงบทบาทการทำงานของสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ ในการพัฒนากำลังแรงงานในประเทศ ด้วยระบบคุณุวุฒิวิชาชีพ พร้อมยืนยันว่า มติชน จะขอเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการสนับสนุนเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารของสถาบันฯ เพื่อเป็นการส่งเสริมให้กับผู้ที่อยู่ในอาชีพ ได้มีโอกาสเข้าสู่ระบบคุณวุฒิวิชาชีพ นอกจากนี้ นางสาววรชนาธิป ได้พูดคุยถึงแนวทางความร่วมมือ ระหว่างสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ กับศูนย์อาชีพและธุรกิจมติชน หรือ “มติชนอคาเดมี” ที่จะร่วมในการผลักดันผู้ที่ผ่านการฝึกอบรมอาชีพของ มติชนอคาเดมี ทั้ง ด้านอาหาร งานช่าง และงานฝีมือ ได้มีโอกาสได้รับคุณวุฒิวิชาชีพ เพื่อต่อยอดสร้างความก้าวหน้าในอาชีพได้ อาทิ การยื่นขอสินเชื่อกับธนาคารออมสิน ด้วยการใช้ประกาศนียบัตรคุณวุฒิวิชาชีพ เป็นเอกสารหลักฐาน แทน Statement ซึ่งก่อนหน้านี้มีผู้ที่ผ่านการประเมินฯ ได้รับการอนุมัติสินเชื่อ เพื่อต่อยอดเติมทุนในอาชีพมาแล้ว เป็นจำนวนเงินรวมกว่า 2,610 ล้านบาท

  • ฟู้ดแพชชั่น ชูธง นำร่องเป็นสถานประกอบการด้านอาหารแห่งแรก มุ่งยกระดับพนักงาน ด้วยคุณวุฒิวิชาชีพ เต็มรูปแบบ

    06.01.2566
    151 View

    ฟู้ดแพชชั่น ชูธง นำร่องเป็นสถานประกอบการด้านอาหารแห่งแรก มุ่งยกระดับพนักงาน ด้วยคุณวุฒิวิชาชีพ เต็มรูปแบบ นายวิชชุพันธ์ จันทร์มณี ผู้อำนวยการศูนย์การเรียน ฟู้ดแพชชั่น นำคณะผู้บริหารและอาจารย์ศูนย์การเรียนฯ จากบริษัท ฟู้ดแพชชั่น จำกัด ผู้ประกอบการธุรกิจร้านอาหารชื่อดัง อาทิ บาร์บีคิวพลาซ่า จุ่มแซบฮัท ฌานา โภชา และเรดซัน เข้าพบนางสาววรชนาธิป จันทนู รองผู้อำนวยการสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ เพื่อเดินหน้าจัดทำความสอดคล้องของหลักสูตรตามมาตรฐานอาชีพ อาชีพพนักงานในร้านอาหาร ระดับ 3 ในการพัฒนาบุคลากรในสถานประกอบการ เพื่อร่วมกันส่งเสริมให้พนักงานและนักเรียนจากศูนย์การเรียนฯ ให้มีโอกาสได้รับการรับรองด้วยคุณวุฒิวิชาชีพ นางสาววรชนาธิป กล่าวว่า บริษัท ฟู้ดแพชชั่น ถือเป็นผู้ประกอบการธุรกิจอาหารแห่งแรก ที่ได้รับความเห็นชอบหลักสูตรการฝึกอบรมตามมาตรฐานอาชีพของสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ ซึ่งไม่เพียงแต่จะเป็นการยกระดับพนักงานให้ได้รับคุณวุฒิวิชาชีพเท่านั้น แต่ยังสามารถสร้างการยอมรับ สร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคได้ว่าการให้บริการของพนักงานร้านอาหาร ได้คำนึงถึงความสะอาด ปลอดภัย และได้มาตรฐาน ตามแบบฉบับของมืออาชีพ นายวิชชุพันธ์ กล่าวว่า การพัฒนาและยกระดับพนักงานในองค์กรด้วยระบบคุณวุฒิวิชาชีพเป็นประโยชน์อย่างมากกับพนักงานของฟู้ดแพชชั่น กว่า 3,000 ชีวิต ที่จะมีโอกาสได้รับคุณวุฒิ ตรงตามประสบการณ์ และทักษะการทำงานที่มี พร้อมเตรียมขยายผลยกระดับ ไปสู่ตำแหน่ง ผู้ช่วยผู้จัดการร้าน ระดับ 4-5 และผู้จัดการร้านระดับ 5-6 รวมไปถึงอาชีพด้านการผลิตอาหารและเครื่องดื่มอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องต่อไป

  • สคช. - ปตท. ยกทีมเชฟการันตีสตรีทฟู้ด ยกปั้ม เตรียมดันพนักงานอเมซอน สู่บาริสต้ามืออาชีพ ก่อนขยายผลเพื่อคนทำมาหากินทั่วประเทศ

    23.12.2565
    541 View

    สคช. - ปตท. ยกทีมเชฟการันตีสตรีทฟู้ด ยกปั้ม เตรียมดันพนักงานอเมซอน สู่บาริสต้ามืออาชีพ ก่อนขยายผลเพื่อคนทำมาหากินทั่วประเทศ นางสาววรชนาธิป จันทนู รองผู้อำนวยการสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ นำทีมสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) พร้อมเชฟผู้เชี่ยวชาญ เชฟเรวัฒน์ วันหวัง ประธานที่ปรึกษา บริษัท เบต้า การ์ลิค (ประเทศไทย) จำกัด และเชฟบุญเชิด ศรสุวรรณ Executive chef The Twin Tower Hotel และรองนายกสมาคมเชฟ ประเทศไทย มอบป้ายการันตีคุณวุฒิวิชาชีพให้กับผู้ประกอบอาหารริมบาทวิถีกว่า 40 ร้านค้า อาทิ ร้านกาแฟอเมซอน ร้านวาฟเฟิล ร้านครัวซองต์ ร้านขาวเหนียวหมูปิ้ง ร้านมะพร้าวน้ำหอม รวมถึงร้านค้าในศูนย์อาหาร ในงาน “มหกรรมอาหารและผลิตภัณฑ์โดดเด่นเมืองเหน่อ” ณ สถานีบริการน้ำมัน ปตท. หลักเมืองถาวรพาณิชย์ เลี่ยงเมืองสุพรรณบุรี โดยมีนายณัฐภัทร สุวรรณประทีป ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี เป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วย นายสุชาติ ระมาศ ผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ โออาร์ และนายสรชัด สุจิตต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสุพรรณบุรี ให้การต้อนรับ สำหรับงานมหกรรมครั้งนี้ นอกจากจะส่งเสริมและกระตุ้นเศรษฐกิจให้ผู้ประกอบการร้านค้า ร้านอาหาร ตลอดจนเกษตรกรในพื้นที่ สามารถต่อยอดด้านการตลาดและเพิ่มช่องทางการจำหน่ายผลิตภัณฑ์แล้ว ยังเป็นการตอกย้ำว่าสตรีทฟู้ด เมืองสุพรรณ ไม่ได้อร่อยอย่างเดียว แต่คนทำยังประกอบอาหารได้อย่างสะอาด ปลอดภัย ตรงตามมาตรฐานอาชีพ เสริมความมั่นใจให้นักท่องเที่ยวเลือกชิม ช้อป ใช้ รับเทศกาลปีใหม่ 2566 นี้อีกด้วย นางสาววรชนาธิป บอกว่าการมอบคุณวุฒิวิชาชีพ และป้ายมืออาชีพให้กับผู้ประกอบอาหารริมบาทวิถีครั้งนี้เป็นการนำร่องโครงการยกระดับคุณภาพชีวิตให้ท้องถิ่นด้วยระบบคุณวุฒิวิชาชีพ จากการที่ สคช. ดำเนินการร่วมกับ สมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทย โดยนายบุญชู จันทร์สุวรรณ นายกสมาคม อบจ. แแห่งประเทศไทย ประกาศนำร่องให้จังหวัดสุพรรณบุรี ในการพัฒนาคนในท้องถิ่นให้มีคุณวุฒิวิชาชีพ ซึ่งนอกจากการพัฒนาด้านผู้ประกอบอาหารแล้ว ยังเตรียมเดินเครื่องพัฒนาคุณภาพชีวิตในด้านอื่นๆ ทั้งด้านบริการ การท่องเที่ยว เกษตรและอุตสาหกรรม ซึ่งผู้ที่ผ่านการประเมินฯ ไม่เพียงได้คุณวุฒิวิชาชีพเพิ่มอีกหนึ่งคุณวุฒิ แต่ยังได้โอกาสในการต่อยอดแหล่งเงินทุน เพิ่มรายได้ให้เศรษฐกิจฐานรากในชุมชนให้มีความเข้มแข็งขึ้นด้วย นายสุชาติ กล่าวว่า ปตท. เห็นความสำคัญของคุณวุฒิวิชาชีพ และถือว่าเป็นสิ่งที่ดี ที่มีการให้การรับรองคนในสถานประกอบการ ได้ประกอบอาชีพอย่างมีมาตรฐาน ทั้งนี้ จะมีการส่งเสริมให้ร้านอาหาร และร้านสตรีทฟู้ดในปั๊ม ปตท. ทุกแห่ง ได้เข้าสู่การรับรองเป็นมืออาชีพ อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้ เตรียมให้พนักงานในร้านกาแฟอเมซอน เป็นแห่งแรก ที่นำร่องเข้าสู่การประเมิน บาริสต้า ก่อนขยายผลไปสู่ร้านกาแฟอเมซอน ในเครือข่าย เพื่อตอกย้ำคุณภาพ มาตรฐานคนให้บริการ ร้านค้า ในปั๊มน้ำมัน ปตท. ต่อไป นางสาวกมลชนก สมบุญเกิด จากร้านมะพร้าวน้ำหอม ยืนยันว่า ลูกค้าที่มาซื้อมะพร้าวน้ำหอมที่ร้าน สามารถมั่นใจได้ทั้งรสชาติ คุณภาพและความสะอาดของน้ำมะพร้าว และเนื่องจากมีการคัดสรรสินค้า ที่ใหม่ สด อยู่เสมอ ยิ่งมีการลงพื้นที่มายืนยันถึงมาตรฐานความปลอดภัย จากสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพแบบนี้แล้ว เชื่อว่าจะยิ่งทำให้ลูกค้ามั่นใจมากยิ่งขึ้นอย่างแน่นอน นางสาวสายสมร ประเสริฐยิ่ง จากร้านต้อย วาฟเฟิล ที่ได้รับป้ายมืออาชีพ บอกว่า รู้สึกดีใจ ที่สถาบันฯ ให้ความสำคัญกับผู้ประกอบอาชีพ ป้ายที่ได้รับก็จะช่วยยืนยันและสร้างความมั่นใจกับลูกค้าที่มาใช้บริการได้ว่า อาหารที่ร้านมีคุณภาพ ซึ่งเป็นการแสดงถึงความใส่ใจในการประกอบอาหาร เพราะอยากให้ลูกค้าได้รับสิ่งที่ดีที่สุด

  • สคช. ร่วมประกาศเจตนารมย์ ร่วมสร้างความเข้มแข็งในการบริการสุขภาพ ด้วยการพัฒนาบุคลากรด้วยระบบคุณวุฒิวิชาชีพ

    21.12.2565
    577 View

    สคช. ร่วมประกาศเจตนารมย์ ร่วมสร้างความเข้มแข็งในการบริการสุขภาพ ด้วยการพัฒนาบุคลากรด้วยระบบคุณวุฒิวิชาชีพ นางสาววรชนาธิป จันทนู รองผู้อำนวยการสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ เป็นตัวแทนสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) หรือ สคช. ร่วมประชุมสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 15 พร้อมประกาศเจตนารมย์ "ความเป็นธรรมด้านสุขภาพ โอกาสและความหวังอนาคตประเทศไทย" เพื่อให้ประชาชนและหน่วยงานของรัฐ ร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และเรียนรู้อย่างสมานฉันท์ นำไปสู่การเสนอแนะนโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพร่วมกัน โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานเปิดงาน ท่ามกลางตัวแทนจากหน่วยงานภาครัฐ กรรมการสุขภาพแห่งชาติ และเครือข่ายสมัชชาสุขภาพแห่งชาติทั่วประเทศเข้าร่วมในงาน นายอนุทิน กล่าวว่า สมัชชาสุขภาพแห่งชาติ จะมีส่วนสำคัญในการสร้างความเข้มแข็ง และความเป็นธรรมให้กับการบริการสุขภาพของประเทศ สามารถช่วยลดความเหลื่อมล้ำ ทำให้ประชาชนทุกคนสามารถเข้าถึงการบริการด้านสุขภาพที่เท่าเทียมกัน ทั้งนี้ ต้องได้รับความร่วมมือกับทุกภาคส่วน มีช่วยส่งเสริมและสร้างรากฐานที่มั่นคง เพื่อให้คนไทยมีสุขภาพที่แข็งแรง นางสาววรชนาธิป กล่าวว่า สถาบันฯ ให้ความสำคัญกับการบริการด้านสุขภาพมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการยกระดับคนอาชีพที่เกี่ยวข้อง ทั้งอาชีพผู้ดูแลเด็ก และผู้ดูแลผู้สูงอายุ ให้ได้มีโอกาสได้รับการรับรองด้วยระบบคุณวุฒิวิชาชีพ ซึ่งก่อนหน้านี้ก็ได้มีการขยายผลไปสู่ท้องถิ่นในหลายพื้นที่ โดยการพัฒนากลุ่มอาสาสมัครสาธารสุขประจำหมู่บ้าน หรือ อสม. ที่ช่วยให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ทั้งการปฏิบัติต่อผู้สูงอายุได้ถูกต้องตามหลักการ และยังเป็นองค์ความรู้ติดตัวที่สามารถถ่ายทอดส่งต่อลูกหลานในชุมชน ส่งเสริมให้ทุกคนในท้องถิ่นสามารถได้รับการบริการด้านสุขภาพอย่างทั่วถึงและเท่าเทียมกันอีกด้วย

  • สคช. - กทม. เตรียมปลุกกระแส “กินร้านที่ใช่ถูกใจ และถูกต้อง”

    20.12.2565
    537 View

    สคช. - กทม. เตรียมปลุกกระแส “กินร้านที่ใช่ถูกใจ และถูกต้อง” นางสาววรชนาธิป จันทนู รองผู้อำนวยการสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (สคช.) นำทีมหารือกับนายศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เดินเครื่องยกระดับ Street Food ปลุกกระแสกินร้านที่ใช่ ถูกใจ และถูกต้อง ซึ่ง กทม. มีนโยบายจัดระเบียบร้านอาหารริมบาทวิถี ที่ได้มีการจัดกลุ่มสตรีทฟู้ดเป็น 3 กลุ่ม คือ ตลาดในชุมชนคือตลาดในชุมชนที่อยู่มานานหลายสิบปี ตลาดในเมืองสำหรับคนทำงานออฟฟิศ และตลาดนักท่องเที่ยว โดยผลักดันให้ร้านหาบเร่-แผงลอยต่างๆ ต้องผ่านการอบรม และลงทะเบียนกับ กทม. ที่สำคัญคือเข้าสู่การการประเมินตามมาตรฐานอาชีพเพื่อรับคุณวุฒิวิชาชีพ และป้ายมืออาชีพ เพื่อเป็นเครื่องการันตีสร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภคได้เลือกซื้อกินจากร้านที่ใช่ อร่อยสะอาดถูกใจ และถูกต้องตามกฎระเบียบของ กทม. นายศานนท์ กล่าวว่าการจัดโซนหาบเร่-แผงลอย เป็นนโยบายที่นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ให้ความสำคัญ เนื่องจากสตรีทฟู้ดเมืองไทยมีชื่อเสียงไปทั่วโลกและมีการจัดอันดับให้กรุงเทพมหานครเป็นเมืองที่มีอาหารริมทางที่ดีที่สุด เนื่องจากรสชาติอร่อยมีให้เลือกรับประทานหลายชนิด และกระจายอยู่ตามแหล่งชุมชนต่างๆ ทำให้หาซื้อได้ง่าย มีขายตลอดเวลา แต่เสน่ห์ที่มาพร้อมการดำรงชีวิตก็จำเป็นต้องมีกฎกติกาเพื่อความเป็นระเบียบ ซึ่งแนวทางการทำงานร่วมกับ สคช. ไม่เพียงตอบโจทย์การจัดระเบียบผู้ค้าให้เป็นไปตามกฎหมาย แต่ยังช่วยส่งเสริม พัฒนาผู้ค้าให้มีคุณภาพด้วยมาตรฐานอาชีพด้วย นอกจากนี้ยังได้วางแนวทางการทำงานร่วมกันโดยแบ่งกลุ่มอาชีพเป็น 3 กลุ่ม คือกลุ่มสังคมผู้สูงวัย กลุ่มบริการสุขภาพ และกลุ่มท่องเที่ยวบริการ โดยเตรียมรับรองหลักสูตรการฝึกอบรมตามมาตรฐานอาชีพ ซึ่งกรุงเทพมหานครมีมากกว่า 400 หลักสูตร เพื่อส่งเสริมให้ผู้ประกอบอาชีพในเขตกรุงเทพมหานครได้การรับรองและรับคุณวุฒิที่สูงขึ้น ซึ่งผู้ที่จะได้ประโยชน์ไม่เพียงเป็นคนในอาชีพแต่กลุ่มบริษัท หรือนายจ้าง ก็จะได้ประโยชน์ในการเลือกรับคนเข้าทำงาน หรือแม้กระทั่งพัฒนาพนักงานของตัวเอง ขณะที่ผู้ประกอบธุรกิจของตัวเองก็ได้โอกาสทางธุรกิจที่สามารถใช้ประกาศนียบัตรคุณวุฒิวิชาชีพต่อยอดในการขอสินเชื่อเพื่อธุรกิจกับธนาคารออมสินได้ด้วย เบื้องต้นได้กำหนด 5 อาชีพนำร่อง ประกอบด้วยอาชีพผู้ประกอบอาหารริมบาทวิถี อาชีพผู้ดูแลผู้สูงอายุ กลุ่มอาชีพงานช่าง(ระบบน้ำ ช่างไฟ งานโครงสร้าง) กลุ่มอาชีพบาริสต้า และอาชีพช่างตัดผม เสริมสวย โดยมีแนวคิดในการจัดงานใหญ่ร่วมกับสมาคมช่างผมฯ ประกวดเฟ้นหาสุดยอดช่างผมของประเทศไทยดึงดูดนักท่องเที่ยวแบบครบวงจรให้ ‘มาทั้งทีมีทั้งที่เที่ยว ที่กิน ที่เสริมสวย และเสริมสุขภาพที่ดีด้วยไปพร้อมกัน’

  • สคช. เปิดโรงครัวเรือนจำ มอบคุณวุฒิวิชาชีพ เปิดโอกาสให้ผู้ต้องขังหญิงเตรียมพร้อมก่อนกลับคืนสังคมอย่างมีคุณภาพ

    16.12.2565
    611 View

    สคช. เปิดโรงครัวเรือนจำ มอบคุณวุฒิวิชาชีพ เปิดโอกาสให้ผู้ต้องขังหญิงเตรียมพร้อมก่อนกลับคืนสังคมอย่างมีคุณภาพ สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) หรือ สคช. ร่วมกับฝ่ายครัวการบิน บริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) และทัณฑสถานหญิงกลาง คลองเปรม จัดพิธีมอบใบประกาศนียบัตรคุณวุฒิวิชาชีพ ให้ผู้ต้องขังหญิง ที่ผ่านการประเมินสมรรถนะของบุคคลตามมาตรฐานอาชีพ สาขาผู้ประกอบอาหารไทย ระดับ 1 และระดับ 2 จากครัวการบิน บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) โดยมี นางสาววรชนาธิป จันทนู รองผู้อำนวยการสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ พร้อมด้วยนางสาวโศรยา ฤทธิอร่าม ผู้อำนวยการทัณฑสถานหญิงกลาง และนายฤทธิไกร กาหลง ตัวแทนกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายครัวการบิน ร่วมมอบประกาศนียบัตรคุณวุฒิวิชาชีพ เพื่อสร้างโอกาส และส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาศักยภาพ ด้วยระบบคุณวุฒิวิชาชีพ และสามารถนำไปประกอบอาชีพได้ภายหลังกลับสู่สังคม นางสาววรชนาธิป กล่าวว่า สคช. เล็งเห็นว่า “โอกาส” เป็นสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับผู้ต้องขัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับผู้ที่พ้นโทษและได้กลับคืนสู่สังคม เพื่อจะได้สามารถเริ่มต้นชีวิตใหม่ และดำเนินชีวิตต่อไปอย่างมีคุณภาพ ซึ่งที่ผ่านมาได้ร่วมกับครัวการบินไทย ซึ่งเป็นองค์กรที่มีหน้าที่รับรองสมรรถนะของบุคคลตามมาตรฐานอาชีพ ถ่ายทอดความรู้เรื่องการประกอบอาหารไทยขั้นพื้นฐาน จากบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ ให้กับผู้ต้องขังหญิง จนสามารถผ่านการประเมินฯ และรับประกาศนียบัตรคุณวุฒิวิชาชีพ ซึ่งจะเป็นใบเบิกทางให้สามารถออกไปประกอบอาชีพ สร้างรายได้เมื่อกลับคืนสู่สังคม ส่งผลให้เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และประพฤติตนเป็นพลเมืองที่ดีของสังคมต่อไป ที่ผ่านมาทัณฑสถานหญิงกลาง มีผู้ต้องขังหญิงที่ผ่านการประเมินฯ และได้รับการรับรองคุณวุฒิวิชาชีพมาแล้วทั้งหมด 5 รุ่น จำนวนกว่า 500 คน โดยส่วนใหญ่สามารถนำความรู้ และทักษะในการประกอบอาหาร ไปประกอบอาชีพ ทั้งเป็นลูกจ้างและเปิดร้าน เพื่อหารายได้เลี้ยงดูครอบครัวหลังพ้นโทษ สำหรับผู้ที่สนใจเข้ารับการประเมินฯ สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ บริษัท การบินไทย จำกัด (ฝ่ายครัวการบิน) หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Call Center 063-373-3926 และเพจเฟซบุ๊ก สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) เพื่อยกระดับขีดความสามารถ สร้างโอกาสในการประกอบอาชีพ พร้อมสร้างโอกาสให้คนทำมาหากิน ได้มีคุณวุฒิทางอาชีพที่ได้รับการยอมรับทั้งในและต่างประเทศ

  • AAT สถานประกอบการแห่งแรกของประเทศไทยที่ได้การเห็นชอบหลักสูตรฝึกอบรมในสถานประกอบการตามมาตรฐานอาชีพ กับ สคช.

    16.12.2565
    588 View

    AAT สถานประกอบการแห่งแรกของประเทศไทยที่ได้การเห็นชอบหลักสูตรฝึกอบรมในสถานประกอบการตามมาตรฐานอาชีพ กับ สคช. นายสุรพล พลอยสุข ผู้อำนวยการสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (สคช.) ส่งมอบหนังสือเห็นชอบหลักสูตรฝึกอบรมตามมาตรฐานอาชีพในสถานประกอบการของบริษัทออโต้ อัลลายแอนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด (AAT) ให้กับนายสถิรยุทธ แสงสุวรรณ รองประธานบริษัทฯ ฝ่ายทรัพยากรบุคคล นายชัยยุทธ์ สวัสดี ผู้จัดการฝ่ายทรัพยากรบุคคล นายณรงค์ศักดิ์ ยางสง่า รองผู้จัดการฯ และคุณปิยพงษ์ สรรเสริญ ทีมฝ่ายทรัพยากรบุคคล AAT โดย AAT ถือเป็นสถานประกอบการแห่งแรกของประเทศไทยที่ได้รับการเห็นชอบหลักสูตรฝึกอบรมในสถานประกอบการฯ ในอาชีพช่างปรับประกอบแม่พิมพ์ปั๊มโลหะ ระดับ 3,4 อาชีพช่างเทคนิคหุ่นยนต์ ระดับ 3 อาชีพช่างเทคนิคระบบหุ่นยนต์ ระดับ 4 อาชีพช่างซ่อมสีรถยนต์ ระดับ 2,3,4 ทำให้ AAT สามารถจัดฝึกอบรมให้กับพนักงานของตนเอง และมีสิทธิได้รับประกาศนียบัตรคุณวุฒิวิชาชีพ ซึ่งเป็นการนำระบบคุณวุฒิวิชาชีพไปใช้ในการพัฒนากำลังคนในสถานประกอบการ ซึ่ง AAT ให้ความสำคัญและพร้อมนำคุณวุฒิวิชาชีพไปใช้ประโยชน์ในการยกระดับพนักงาน ทั้งในการพิจารณาเลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่ง และพัฒนาทักษะในการทำงาน นอกจากนี้ยังได้หารือเตรียมจัดกิจกรรมใหญ่มอบประกาศนียบัตรคุณวุฒิวิชาชีพให้พนักงาน AAT กว่า 200 คน ซึ่งเป็นพนักงานกลุ่มแรกที่ผ่านอบรมและประเมินตามหลักสูตรที่ได้รับการเห็นชอบจากสถาบันฯ โดยจะมีการส่งมอบประกาศนียบัตรคุณวุฒิวิชาชีพให้กับผู้ที่ผ่านการประเมินถึงไลน์การผลิต และเตรียมความพร้อมจัดทำมาตรฐานอาชีพเฉพาะสำหรับสถานประกอบการ ให้กับ AAT และยังได้หารือกิจกรรมต่อยอดการอบรมอาชีพเสริม ที่ไม่เพียงเปิดให้พนักงาน AAT ได้เข้าร่วมอบรม แต่ยังเปิดให้คนในครอบครัว และสถานประกอบการที่สนใจได้เข้าร่วมอบรมได้ เพื่อเป็นการขยายโอกาสในการสร้างอาชีพและสร้างรายได้ความมั่นคงในครัวเรือน ขณะที่ AAT ยังเตรียมเดินหน้าเป็น Coaching ให้กับสถานประกอบการอื่นเพื่อใช้โมเดลเดียวกันขยายผลไปยังสถานประกอบการอื่นๆ เพื่อเป็นการสร้างคุณค่าการยอมรับและใช้ประโยชน์จากคุณวุฒิวิชาชีพในสังคมไทยต่อไป

  • สคช.มอบประกาศนียบัตรคุณวุฒิวิชาชีพ ให้แก่ผู้ผ่านการทดสอบประเมินในเขตพื้นที่จังหวัดชลบุรี และจังหวัดใกล้เคียง จำนวน 172 คน

    14.12.2565
    582 View

    นายสุรพล พลอยสุข ผู้อำนวยการสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ ร่วมในพิธีมอบประกาศนียบัตรคุณวุฒิวิชาชีพ ให้แก่ผู้ผ่านการทดสอบประเมินในเขตพื้นที่จังหวัดชลบุรี และจังหวัดใกล้เคียง จำนวน 172 คน โดยมีนายสุเทพ ชิตยวงษ์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นประธานในพิธี นายสุเทพ กล่าวว่าความสามารถ ความรอบรู้ในงาน ปัจจุบันมีความสำคัญจำเป็นอย่างยิ่ง เพราะการที่กำลังแรงงานคิดเป็นทำเป็น แก้ปัญหาและใช้นวัตกรรมเป็น ถือว่าเป็นศักยภาพในการพัฒนางานที่ตลาดแรงงานให้ความต้องการสูง โดยเฉพาะตลาดแรงงานในต่างประเทศ ซึ่งต้องการแรงงานทักษะสูงและได้การรับรองจากหน่วยงานรัฐ ซึ่งประเทศไทยมีสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) หรือ สคช. และกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวงแรงงาน ที่ให้การรับรองทักษะของกำลังแรงงาน โดยคุณวุฒิมีประโยชน์ในการพัฒนาและยกระดับตนเอง ทั้งในเรื่องการยกระดับค่าตอบแทน รวมถึงสามารถเก็บสะสมสมรรถนะเพื่อเทียบโอนรับคุณวุฒิทางการศึกษาได้ในอนาคต ซึ่งเป็นเรื่องที่ สคช. ผลักดันมาอย่างต่อเนื่อง และกระทรวงแรงงานเองพร้อมให้ความร่วมมือในการพัฒนากำลังแรงงานของประเทศด้วยเช่นกัน สำหรับวันนี้เป็นการจัดพิธีมอบประกาศนียบัตรคุณวุฒิวิชาชีพ ให้แก่ผู้ผ่านการทดสอบประเมินในเขตพื้นที่จังหวัดชลบุรี และจังหวัดใกล้เคียง จำนวน 172 คน ประกอบด้วยสาขาวิชาชีพการบริการการศึกษา วิจัย และภาษา อาชีพผู้บริหารสถานศึกษา ระดับ 5,6 จำนวน 96 คน, สาขาวิชาชีพบริการสุขภาพบุคคล สาขาบริการสุขภาพบุคคล อาชีพพนักงานให้การดูแล ระดับ 2 จำนวน 16 คน และสาขาวิชาชีพธุรกิจเสริมสวยและเสริมสร้างสุขภาพร่างกาย อาชีพช่างทำผมบุรุษ–สตรี ระดับ 4 จำนวน 60 คน

  • ครั้งแรกในประเทศไทย ให้การรับรองผู้บริหารสถานศึกษามืออาชีพ นำร่อง โคราชและชลบุรี

    13.12.2565
    579 View

    ครั้งแรกในประเทศไทย ให้การรับรองผู้บริหารสถานศึกษามืออาชีพ นำร่อง โคราชและชลบุรี นางสาวจุลลดา มีจุล รองผู้อำนวยการสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ บรรยายพิเศษ เรื่อง การนำมาตรฐานอาชีพและคุณวุฒิวิชาชีพไปใช้ประโยชน์ ในงานมอบใบประกาศนียบัตรคุณวุฒิวิชาชีพ สาขาวิชาชีพบริการการศึกษา วิจัย และภาษา อาชีพ ผู้บริหารสถานศึกษา ระดับ 5 – 6 ครั้งแรก จำนวน 176 คน ณ หอประชุมโรงเรียนมารีย์วิทยา อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา โดยสมาคมการศึกษาเอกชนนอกระบบ(ประเทศไทย) ซึ่งเป็นองค์กรที่มีหน้าที่รับรองสมรรถนะของบุคคลตามมาตรฐานอาชีพ ได้นำร่องจัดการประเมินฯ ใน 2 พื้นที่ จังหวัดนครราชสีมาและจังหวัดชลบุรี ในพื้นที่โคราชมีผู้บริหารสถานศึกษา ระดับ 6 (รองผู้อำนวยการสถานศึกษาขนาดกลางขึ้นไปกลุ่มงานบริหารงานวิชาการหรือเทียบเท่า ผู้อำนวยการสถานศึกษาขนาดเล็กและขนาดกลางหรือเทียบเท่า ผู้จัดการของสถานศึกษา ผู้แทนผู้รับใบอนุญาต) ได้ผ่านการประเมินทั้งสิ้น 38 คน และผู้บริหารสถานศึกษา ระดับ 5 (หัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานวิชาการ หัวหน้ากลุ่มสาระ หัวหน้าหมวดวิชาหรือเทียบเท่ารองผู้อำนวยการสถานศึกษาขนาดเล็กกลุ่มงานบริหารงานวิชาการหรือเทียบเท่าผู้จัดการของสถานศึกษาขนาดเล็ก ) ได้ผ่านการประเมินทั้งสิ้น 138 คน ซึ่งการประเมินสมรรถนะบุคคลตามมาตรฐานอาชีพนี้จะช่วยยกระดับการบริหารสถานศึกษาของผู้บริหารสถานศึกษาให้สามารถก้าวสู่ความเป็นเลิศตามมาตรฐานสากล และรองรับการแข่งขันในการเปิดการบริการเสรีระดับภูมิภาค ตลอดจนสอดคล้องกับความต้องการของประเทศในการพัฒนาบุคลากรให้มีประสิทธิภาพต่อไปในอนาคต จากนั้น รองผู้อำนวยการสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ เดินทางไปร่วมเสวนาพิเศษ เรื่อง การศึกษาเอกชนนอกกระบบ กับ การบูรณาการการจัดการศึกษาเพื่ออนาคต และสร้างความหวังโอกาสและทิศทางโรงเรียนเอกชนนอกระบบไทย ในการประชุม สมาคมการศึกษาเอกชนนอกระบบ (ประเทศไทย) ณ โรงแรมสตาร์เวลล์ การ์เด้นโฮม รีสอร์ท วังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา นางสาวจุลลดา แนะผู้บริหารโรงเรียนนอกระบบนำระบบ E-workforce Ecosystem Platform (EWE) ไปใช้ จะเป็นแพลตฟอร์มให้บริการแก่กลุ่มคนทำงานในทุกช่วงวัย ทั้งนักเรียน นักศึกษา คนทำงาน ไปจนถึงวัยเกษียณ ทั้งในและนอกระบบ โดยมีแฟ้มสะสมผลงาน หรือ E-portfolio เป็นเครื่องมือที่ทุกคนสามารถใช้สะสมได้ทั้งผลงาน ผลการเรียน การฝึกอบรม ประสบการณ์การทำงาน กำลังแรงงานสามารถเก็บ profile ของตัวเอง เพื่อนำไปสู่การ Up-Skill – Re-Skill หรือทักษะใหม่ๆ ตลอดจนการเก็บสะสมการเรียนรู้ ทั้งในและนอกระบบ รวมไปถึงมีกลไก Job Matching ที่จะทำให้ผู้ประกอบการเลือกใช้แรงงานที่มีคุณภาพตรงตามความต้องการ ทั้งนี้ EWE จะเป็นแพลตฟอร์มที่เราร่วมกันสร้างวัฒนธรรมการเรียนรู้ตลอดชีวิตให้เกิดขึ้นกับคนไทยทุกคน ทุกกลุ่ม ทุกช่วงวัย ผ่าน ‘ธนาคารหน่วยกิตดิจิทัล (Digital Credit Bank System)’ ซึ่งไม่มีวันหมดอายุ ก้าวข้ามไปสู่การเรียนรู้ไร้ขีดจำกัด เพื่อนำไปสู่การพัฒนาประเทศในก้าวต่อไป

  • สคช. เปิดมุมมองใหม่บนโลกการทำงานให้ก้าวทันดิจิทัล พร้อมพัฒนาศักยภาพกำลังคน ด้วยระบบคุณวุฒิวิชาชีพ

    08.12.2565
    620 View

    นางสาวจุลลดา มีจุล รองผู้อำนวยการสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ เป็นประธานเปิดงานโครงการเสวนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ “ยกระดับทักษะองค์กรและบุคลากรให้ก้าวหน้าทันกับโลกดิจิทัล” Uplift Corporate and Human Resources Skills in the Digital Era ณ สถาบันเทคโนโลยีการผลิตสุมิพล นิคมอุตสาหกรรมอมตะชิตี้ ซึ่งจัดขึ้นโดยสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) หรือ สคช. ร่วมกับหน่วยงานพันธมิตร สมาคมดิจิทัลเพื่อการศึกษาไทย สถาบันไทย-เยอรมัน บริษัทสุมิพล คอร์ปอเรชั่น จำกัด และสมาคมผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไทย จัดขึ้นเพื่อให้เข้าใจถึงการเปลี่ยนแปลงของสภาวะแวดล้อม และ Digital Disruption ที่ส่งผลต่อการพัฒนาบุคลากร การนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาบุคลากรให้มีประสิทธิภาพ รวมถึงการนำระบบคุณวุฒิวิชาชีพไปใช้ในสถานประกอบการ การใช้งานระบบฝึกอบรมอิเล็กทรอนิกส์ หรือ E-Training เพื่อช่วยพัฒนาสมรรถนะของบุคคลตามมาตรฐานอาชีพ ท่ามกลางผู้บริหารและตัวแทนจากสถานประกอบการขนาดใหญ่ ขนาดกลาง และขนาดย่อม จำนวน 33 แห่ง นางสาวจุลลดา กล่าวว่า ที่ผ่านมา สคช. ได้มีการทำงานเพื่อรองรับวิกฤต และความเปลี่ยนแปลงของโลกอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ และการเติบโตอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยี อาทิ การจัดทำมาตรฐานอาชีพที่เกี่ยวข้องกับดิจิทัล การพัฒนาช่องทางการเรียนรู้ผ่านหลักสูตรออนไลน์ การทำระบบแฟ้มสะสมผลงานอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อนำไปสู่การเรียนรู้ตลอดชีวิต รวมถึงการนำระบบคุณวุฒิวิชาชีพไปใช้ในสถานประกอบการ ด้วยความเชื่อมั่นว่าสถานประกอบการทุกแห่งมีบุคลากรที่มีความรู้ ทักษะ และประสบการณ์ทำงาน แต่ขาดโอกาสทางการศึกษา ดังนั้นการส่งเสริมให้ได้รับคุณวุฒิวิชาชีพ จะช่วยสร้างโอกาส สร้างความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน และสร้างรายได้ที่เพิ่มสูงขึ้น นางสาวจุลลดา กล่าวต่อว่า สคช. ได้พัฒนาแพลตฟอร์มเพื่อการบริหารจัดการกำลังคนอย่างเป็นระบบผ่าน E-Workforce Ecosystem Platform หรือ EWE ภายใต้ความร่วมมือในการเชื่อมโยงระบบฐานข้อมูลด้านกำลังคนกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกว่า 50 หน่วยงาน พร้อมผลักดันและสนับสนุนกำลังแรงงานในประเทศ โดยเฉพาะ สคช. ได้มีการพัฒนาแฟ้มสะสมผลงานอิเล็กทรอนิกส์ หรือ E-Portfolio ให้บุคคลทั่วไป องค์กร หรือสถานประกอบการ เก็บประวัติส่วนตัว ประวัติการศึกษา ข้อมูลประสบการณ์การทำงาน การฝึกอบรม การพัฒนาทักษะ และข้อมูลคุณวุฒิวิชาชีพ โดยมีการบูรณาการข้อมูลกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยผู้ใช้งานสามารถเปิดเผยข้อมูลที่ต้องการแสดง และจัดทำเป็นโปรไฟล์ส่วนตัวได้ เปิดโอกาสให้สถานประกอบการ และนายจ้าง ที่ต้องการคนทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ก็จะสามารถพิจารณาจากประวัติต่างๆ ที่ฝากไว้ในระบบ E-Portfolio ได้ พร้อมกันนี้ ยังส่งเสริมให้มีการเก็บสะสมหน่วยสมรรถนะใน Digital Competency Bank เพื่อรับหนังสือรับรองสมรรถนะ และการได้รับคุณวุฒิวิชาชีพ ระบบแนะแนวอาชีพและเพื่อค้นหาทักษะที่เหมาะสม การพัฒนาระบบธนาคารหน่วยกิตดิจิทัล และระบบคูปองอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ได้ตลอดตลอดชีวิต รวมถึงการสร้างระบบ Job Matching เพื่อให้ผู้ประกอบการได้แรงงานมีคุณภาพ มีทักษะฝีมือตรงตามความต้องการของสถานประกอบการต่อไป นอกจากนี้นายพิริยพงศ์ แจ้งเจนเวทย์ รักษาการผู้อำนวยการสำนักพัฒนานวัตกรรมคุณวุฒิวิชาชีพ ได้ให้ข้อมูลเกี่บวกับ ระบบนวัตกรรมการเรียนรู้สมรรถนะบุคคลตามมาตรฐานอาชีพและคุณวุฒิวิชาชีพอิเล็กทรอนิกส์ (TPQI E-Training) ที่ช่วยสร้างความเข้มแข็งในการพัฒนากำลังคนด้วย SMEs ว่าช่วยพัฒนาทักษะความเป็นผู้ประกอบการให้สามารถใช้ประโยชน์จากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีในการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจ การพัฒนาศักยภาพและการยกระดับทักษะของกำลังคนของผู้ประกอบอาชีพ ซึ่งนับว่ามีความจำเป็น เพื่อเป็นการส่งเสริมการเรียนรู้เพื่อรองรับอุตสาหกรรมและบริการ ให้ผู้ประกอบการ SMEs สามารถปรับตัวสู่ธุรกิจใหม่มีส่วนร่วมในห่วงโซ่มูลค่าของอุตสาหกรรมและบริการแห่งอนาคตได้