ข่าวประชาสัมพันธ์

  • นางสาวจุลลดา มีจุล ผู้อำนวยการสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ พร้อมคณะ พบปะผู้บริหารบริษัท ดานิลี่ จำกัด ซึ่งตั้งอยู่ภายในนิคมอุตสาหกรรมอีสเทิร์นซีบอร์ด อำเภอปลวกแดงจังหวัดระยอง เป็นบริษัทผลิตเครื่องจักรเพื่อใช้ในงานอุตสาหกรรมเหล็กทั้งระบบ

    27.05.2567
    302 View

    นางสาวจุลลดา มีจุล ผู้อำนวยการสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ พร้อมคณะ พบปะผู้บริหารบริษัท ดานิลี่ จำกัด ซึ่งตั้งอยู่ภายในนิคมอุตสาหกรรมอีสเทิร์นซีบอร์ด อำเภอปลวกแดงจังหวัดระยอง เป็นบริษัทผลิตเครื่องจักรเพื่อใช้ในงานอุตสาหกรรมเหล็กทั้งระบบ โดยมี คุณยงยุทธ รักษาพล Section Manager และคุณขนิษฐา คะสีทอง HR Supervisor ให้การต้อนรับ พร้อมนำเยี่ยมชมโรงงาน ซึ่งบริษัท ดานิลี่ จำกัด มีบุคลากร กว่า 900 คน ทั้งในสายช่างการผลิต อาทิ ช่างเชื่อม ช่างแมคคาทรอนิกส์และ เจ้าหน้าที่สนับสนุนภายในสำนักงาน เช่น เจ้าหน้าที่บัญชี เจ้าหน้าที่จัดซื้อจัดหา ทั้งยัง มีความสนใจที่จะร่วมมือกับสถาบัน ในการพัฒนาบุคลากรเพื่อยกระดับสมรรถนะ ทักษะ ของบุคลากรให้ได้รับการรับรองคุณวุฒิวิชาชีพ เนื่องจากช่างจำนวนมาก สั่งสมประสบการณ์การทำงานมายาวนาน แม้ว่าจะไม่ได้มีวุฒิทางด้านการศึกษาที่ตรงกับงานที่ทำในปัจจุบัน จึงหวังว่าจะสร้างแรงจูงใจและกระตุ้นให้เกิดความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาตนเองต่อไป

  • คณะกรรมการซอฟต์พาวเวอร์ เผยเตรียมจัดงาน THACCA SPLASH : Soft Power Forum" ใหญ่ระดับนานาชาติครั้งแรกของเมืองไทย ขณะที่ สคช. ร่วมดันหลักสูตร OFOS Training ยกระดับคนในอาชีพที่ตอบโจทย์อุตสาหกรรมภาพยนตร์

    24.05.2567
    448 View

    คณะกรรมการซอฟต์พาวเวอร์ เผยเตรียมจัดงาน THACCA SPLASH : Soft Power Forum" ใหญ่ระดับนานาชาติครั้งแรกของเมืองไทย ขณะที่ สคช. ร่วมดันหลักสูตร OFOS Training ยกระดับคนในอาชีพที่ตอบโจทย์อุตสาหกรรมภาพยนตร์ นางสาววรชนาธิป จันทนู รองผู้อำนวยการสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ เข้าร่วมประชุมคณะกรรมการพัฒนาซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ ณ วิเทศสโมสร กระทรวงการต่างประเทศ โดยมีนางสาวแพทองธาร ชินวัตร เป็นประธานการประชุม โดยที่ประชุมได้มีการรายงานความคืบหน้าการจัดงาน THACCA SPLASH : Soft Power Forum งาน Soft Power Forum ระดับนานาชาติครั้งแรกของประเทศไทย ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 28-30 มิถุนายน ที่จะถึงนี้ โดยจะเป็นครั้งแรกของการนำเสนอเรื่องราวเส้นทางของ Soft Power 11 ด้านของไทยอย่างยิ่งใหญ่ ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิต์ โดยเน้นรูปแบบให้ผู้ร่วมงานเข้าถึงง่าย เข้าใจง่าย สร้างแรงบันดาลใจให้ผู้เข้าชม โดยในงานจะเป็นการปักหมุด Soft Power ไทยลงบนแผนที่โลก ให้ทั่วโลกได้รู้ว่าประเทศไทยพร้อมแล้วที่จะเป็นหนึ่งในผู้นำด้านการพัฒนา Soft Power เป็นพื้นที่ของนักสร้างสรรค์ทั่วโลกมาร่วมทำงานกัน ให้ทั่วโลกได้หลงเสน่ห์ประเทศไทย ในการประชุมคณะกรรมการพัฒนาซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ ครั้งที่ 5 ยังมีวาระที่น่าสนใจ อาทิ ในส่วนหลักสูตรของ OFOS ของทั้งอุตสาหกรรมแฟชั่น และภาพยนตร์-ซีรีส์ โดยในส่วนของสาขาภาพยนตร์และซีรีย์ สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) จะได้ร่วมกับคณะอนุกรรมการฯ พัฒนาหลักสูตร OFOS Training ยกระดับคนในอาชีพที่ตอบโจทย์อุตสาหกรรมภาพยนตร์ ตั้งแต่นักเขียนบท ไปจนถึงผู้ผลิต ถ่ายทำ ซึ่งมีความมุ่งหมายในการสร้างโครงสร้างของระบบการเรียนรู้ของภาพยนตร์และซีรีย์ให้เป็นระบบ และผลิตกำลังคนป้อนเข้าสู่อุตสาหกรรมภาพยนตร์เพื่อเผยแพร่องค์ความรู้ที่ได้มา ขณะที่แฟชั่นมีการอบรมและพัฒนาบุคลากร ภายใต้กิมมิก "Soft Power แฟชั่น Thailand Only" 4 สาขา คือ Apparel, Jewelry, Beauty และ Craft โดยจะจัดอบรมในระดับบุคคลทั่วไป นิสิตนักศึกษา ทายาทปราชญ์ชาวบ้าน และในระดับโรงงานอุตสาหกรรม OEM โดยในระยะยาว จะเป็นการ พัฒนาทักษะเดิม และสร้างทักษะขึ้นมาใหม่ เน้นกระบวนการทำงานในการสร้างคนที่เป็นพื้นฐานสำคัญในการผลิตผลงานและผลิตภัณฑ์ต่างๆ เพื่อนำมาต่อยอดในการสร้างสรรค์ผลงานให้มีคุณภาพเทียบเท่าระดับสากล ผ่านการสร้างคน สร้างธุรกิจ และสร้างการรับรู้ในแบบ Thailand Only เพื่อปักหมุดแฟชั่นไทยเป็นหนึ่งในใจกลางตลาดโลก ยกระดับเรื่องราวความคราฟต์และความสร้างสรรค์ของวงการแฟชั่นสู่ระดับสากลให้มากขึ้น

  • สคช.หนุนสถานประกอบการในพื้นที่ EEC กว่า 25 แห่ง พัฒนาสมรรถนะบุคลากรในองค์กร ยกระดับแรงงานไทย สร้างความเชื่อมั่นแก่นักลงทุน

    24.05.2567
    286 View

    สคช.หนุนสถานประกอบการในพื้นที่ EEC กว่า 25 แห่ง พัฒนาสมรรถนะบุคลากรในองค์กร ยกระดับแรงงานไทย สร้างความเชื่อมั่นแก่นักลงทุน นางสาวจุลลดา มีจุล ผู้อำนวยการสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ เป็นประธานเปิดการสัมมนาเพิ่มประสิทธิภาพพนักงานด้วยการพัฒนาทักษะ Upskill Workforce for Increased Productivity พร้อมทั้ง มอบหนังสือเห็นชอบหลักสูตรฝึกอบรมในสถานประกอบการที่สอดคล้องตามมาตรฐานอาชีพ แก่สถานประกอบการจำนวน 5 แห่ง ได้แก่ 1. บริษัท ออโต้ อัลลายแอนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด สาขาวิชาชีพหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ สาขาวิชาชีพบริการยานยนต์ สาขาวิชาชีพอุตสาหกรรมการผลิตแม่พิมพ์ และสาขาวิชาชีพผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ 2. บริษัท เอสเค เอ็นดีที แอนด์ อินสเป็คชั่น จำกัด สาขาวิชาชีพบริการอุตสาหกรรม สาขาธุรกิจทดสอบและตรวจสอบ 3. บริษัท มิตซุย สยาม คอมโพเน้นท์ส จำกัด สาขาวิชาชีพอุตสาหกรรมการผลิตแม่พิมพ์ 4. บริษัท ปานะโอสถ จำกัด สาขาวิชาชีพบริการสุขภาพ สาขาผลิตภัณฑ์จากสมุนไพร 5. บริษัท อมิตา เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัดสาขาวิชาชีพผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ สาขายานยนต์ไฟฟ้า จากนั้น ได้เสวนาแนวทางการนำมาตรฐานอาชีพ มาเชื่อมโยงกับหลักสูตรของสถานประกอบการ โดยมีวิทยากรรับเชิญจากสถานประกอบการ 2 แห่ง ที่ได้ร่วมพัฒนาหลักสูตรและได้นำไปใช้ประโยชน์แล้ว ได้แก่ คุณชัยยุทธ สวัสดี ผู้จัดการฝ่ายทรัพยากรบุคคล บริษัท ออโต้อัลลายแอนซ์ จำกัด , คุณพิษณุ อุชุวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ปานะโอสถ จำกัด และ คุณพิริยพงศ์ แจ้งเจนเวทย์ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนานวัตกรรมคุณวุฒิวิชาชีพ ร่วมในการเสวนา ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้บริหารสถานประกอบการในพื้นที่ EEC ทั้งประเภทอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ขนาดกลางและขนาดย่อม รวมถึงได้รับความร่วมมือจากชมรมผู้บริหารแรงงานสัมพันธ์ภาคตะวันออก , ชมรมบริหารงานบุคคลอีสเทิร์นซีบอร์ด ระยอง , ชมรมบริหารทรัพยากรมนุษย์เขตพัฒนาเศรษฐกิจภาคตะวันออก ในการประสานงานสถานประกอบการในพื้นที่ ผอ.สคช. กล่าวว่า พื้นที่ EEC เป็นหมุดหมายสำคัญที่จะสามารถพัฒนากำลังแรงงานของประเทศได้อย่างรวดเร็ว ผ่านการนำหลักสูตรภายในของสถานประกอบการเอง มาเชื่อมโยงกับมาตรฐานอาชีพของสถาบัน เพื่อยกระดับแรงงานที่มีทักษะอยู่แล้ว ให้ต่อยอดสูงสมรรถนะที่สูงขึ้น จะเป็นการตอกย้ำสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนได้เห็นศักยภาพของแรงงานไทย อย่างไรก็ดี สถาบันมีแนวทางในการส่งเสริมให้สถานประกอบการต่างๆ นำมาตรฐานอาชีพไปใช้ในการพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมในสถานประกอบการ และส่งเสริมคุณภาพของการฝึกอบรมในสถานประกอบการผ่านการใช้ชุดฝึกอบรมตามมาตรฐานอาชีพ (TPQI E-Training Package) ซึ่งสถาบันได้เริ่มดำเนินการกับสถานประกอบการนำร่อง ตั้งแต่ปี 2565 จนถึงปัจจุบัน มีสถานประกอบการที่นำมาตรฐานอาชีพของสถาบันไปพัฒนาเป็นหลักสูตรฝึกอบรมภายใน (In-House Training) แล้ว จำนวน 35 สถานประกอบการ รวมกว่า 100 หลักสูตร รองรับการพัฒนากำลังคนในกว่า 50 อาชีพ ทั้งในภาคอุตสาหกรรม ภาคการเกษตร ภาคบริการ และภาคการท่องเที่ยว

  • คณะอนุกรรมการคณะกรรมการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมด้านอาหา หารือ สคช.จัดทำหลักสูตรเชฟอาหารไทยมืออาชีพ ภายใต้ THACCA

    21.05.2567
    351 View

    คณะอนุกรรมการคณะกรรมการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมด้านอาหาร ภายใต้คณะกรรมการพัฒนาซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ ร่วมหารือการจัดทำหลักสูตรเชฟอาหารไทยมืออาชีพ ภายใต้ THACCA โดยมีนางสาววรชนาธิป จันทนู รองผู้อำนวยการสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ ในฐานะรองประธานอนุกรรมการคณะกรรมการขับเคลื่อนฯ ด้านอาหาร ร่วมพูดคุย ซึ่งการจัดทำหลักสูตรเชฟอาหารไทยมืออาชีพของ THACCA จะดำเนินการสอดรับกับมาตรฐานอาชีพผู้ประกอบอาหารไทยของสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ ซึ่งจะทำให้ผู้ที่ผ่านหลักสูตร THACCA จะได้การรับรองสมรรถนะการเรียนรู้ และมีสิทธิ์ได้รับประกาศนียบัตรคุณวุฒิวิชาชีพด้วย ซึ่งหลักสูตรเชฟอาหารไทย มีกลุ่มเป้าหมายเป็นคนไทยที่มีอายุตั้งแต่ 18-60 ปี และมีความพร้อม มีความสนใจประกอบอาชีพเป็นเชฟอาหารไทย รวมถึงผู้ที่อยู่อาชีพอยากจะ up skill re skill หรือมีแผนจะประกอบธุรกิจเกี่ยวกับอุตสาหกรรมอาหารไทยก็สามารถเข้าร่วมอบรมในหลักสูตรได้ ตามแนวทางของคณะกรรมการพัฒนาซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ

  • สคช. พร้อมร่วมมือ PDPC และธนาคารกรุงไทย ยกระดับการแข่งขันตอบปัญหากฎหมายด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลด้วยคุณวุฒิวิชาชีพ

    20.05.2567
    346 View

    สคช. พร้อมร่วมมือ PDPC และธนาคารกรุงไทย ยกระดับการแข่งขันตอบปัญหากฎหมายด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลด้วยคุณวุฒิวิชาชีพ นางสาวจุลลดา มีจุล ผู้อำนวยการสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ ร่วมในการแถลงข่าวโครงการแข่งขันตอบปัญหากฎหมายด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ระดับอุดมศึกษา (PDPA Challenge 2024 by Krungthai x PDPC Season 2) ซึ่งเป็นความร่วมมือในการจัดงานของสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPC) ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) และสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) โดยมีนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานการแถลงข่าวโดยย้ำว่ากฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเป็นเรื่องที่คนไทยทุกคนต้องรู้ ถึงแม้จะเป็นกฎหมายใหม่ที่เพิ่งมีการบังคับใช้ แต่เป็นกฎหมายที่สำคัญ เพื่อเป็นการคุ้มคอรงสิทธิส่วนบุคคลของตัวเอง เพราะหากหลุดรั่วไปก็จะสุ่มเสี่ยงให้มิจฉาชีพนำมาก่ออาชญากรรมทางเทคโนโลยีได้ โครงการนี้จึงเป็นต้นแบบที่ดีในการให้ความรู้เกี่ยวกับ นางสาวจุลลดา ระบุว่า สถาบันพร้อมให้การสนับสนุนการเรียนรู้ด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล โดยสถาบันซึ่งทำงานกับภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องดำเนินการจัดทำมาตรฐานอาชีพนักจัดการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ที่พร้อมให้การรับรองความรู้ ความสามารถ สมรรถนะของผู้ที่ประกอบอาชีพคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือ Data Protection Officer ซึ่งมาตรฐานอาชีพนี้ก็จะตอบโจทย์โครงการนี้ที่นักเรียน นักศึกษาที่เข้าร่วมการแข่งขัน ต้องผ่านการฝึกอบรมเฉพาะด้าน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการมีความรู้ ความสามารถในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ก็สามารถเก็บสะสมสมรรถนะเหล่านี้ที่สถาบันพร้อมออกเป็นหนังสือรับรองสมรรถนะให้กับผู้ที่ผ่านการฝึกอบรม ถึงแม้จะยังไม่ได้ประกอบอาชีพด้าน DPO ก็ตาม แต่เมื่อเก็บครบทุกหน่วยสมรรถนะ และต้องการประกอบอาชีพนี้ก็สามารถขอรับประกาศนียบัตรคุณวุฒิวิชาชีพเพื่อเป็นการการันตีความรู้ ความสามารถและนำไปใช้ประกอบการเข้าทำงานในอนาคตได้ ทั้งนี้โครงการ PDPA Challenge 2024 ซึ่งมีกำหนดแข่งขันในวันที่ 29 สิงหาคม ถึง 1 กันยายน 2567 ณ ศูนย์ฝึกอบรมธนาคารกรุงไทย เขาใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา มีการแข่งขันที่ครอบคลุมเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 และกฎหมายลูกที่เกี่ยวข้อง เป็นส่วนหนึ่งของการป้องกันปัญหาจากต้นน้ำ โดยมุ่งเน้นการสร้างและพัฒนาเยาวชนให้มีความตระหนักรู้และมีความเข้าใจในด้านกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และเป็นมาตรการเชิงรุกเพื่อสร้างนักกฎหมายในอนาคตที่มีความรู้ความเข้าใจบริบทของกฎหมายดิจิทัล ซึ่งจะช่วยให้การบังคับใช้กฎหมายมีประสิทธิภาพมากขึ้น

  • สคช. จับมือ Certiport สหรัฐอเมริกา ยกระดับมาตรฐานอาชีพด้านดิจิทัลสู่มาตรฐานสากล เพิ่มโอกาสคนไทยพัฒนาทักษะด้านดิจิทัลและได้การรับรองเทียบชั้นสากล

    20.05.2567
    337 View

    สคช. จับมือ Certiport สหรัฐอเมริกา ยกระดับมาตรฐานอาชีพด้านดิจิทัลสู่มาตรฐานสากล เพิ่มโอกาสคนไทยพัฒนาทักษะด้านดิจิทัลและได้การรับรองเทียบชั้นสากล สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) หรือ สคช. มีความร่วมมือกับ Certiport, a business unit of NCS Pearson, Inc., บริษัทและผู้พัฒนา IC3 (Certiport) สนับสนุนคนไทยได้การรับรองมาตรฐานสากลด้านดิจิทัล นางสาวจุลลดา มีจุล ผู้อำนวยการสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับ Certiport, a business of NCS Pearson, Inc. สหรัฐอเมริกา โดยมี Mr.Jeffrey Lewis Vice President, APAC Business Development Certiport และ Mr.Mandaar Barve Regional Manager, India and Southeast Asia Certiport เข้าร่วมในพิธีลงนาม โดย Certiport, a business of NCS Pearson, Inc. ผู้นำศูนย์ทดสอบทักษะโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ทุกประเทศยอมรับ และเป็นบริษัทและผู้พัฒนา IC3 Digital Literacy Certificate หรือ การประเมินทักษะด้านการใช้ Digital Literacy โดยสาระสำคัญของความร่วมมือ เป็นไปเพื่อร่วมกันสนับสนุนให้เจ้าหน้าที่รัฐ นักศึกษา ประชาชนคนไทย ร่วมการประเมินสมรรถนะตามมาตรฐานอาชีพของ สคช. โดย Certiport เป็นผู้จัดหาแพลตฟอร์มเพื่อการรับรองคุณวุฒิวิชาชีพ และสมรรถนะสนับสนุนการทำงาน การแก้ไขปัญหา รวมถึงจัดให้มีการฝึกอบรมตามมาตรฐานอาชีพด้านดิจิทัล นางสาวจุลลดา ระบุว่า ความร่วมมือในครั้งนี้เป็นการยกระดับอีกขั้นในภารกิจการดำเนินงานของสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพในการจัดทำมาตรฐานอาชีพ โดยเฉพาะทางด้านดิจิทัล ที่เป็นการการันตีความเป็นมาตรฐานสากล เพราะมาตรฐานจาก Certiport เป็นมาตรฐานสากลที่ทั่วโลกให้การยอมรับ ว่าผู้ที่ได้การรับรองเป็นผู้มีความสามารถในการใช้โปรแกรมได้อย่างแท้จริง การนำมาตรฐานของ Certiport มาใช้เป็นสมรรถนะสนับสนุนการทำงาน โดยใช้มาตรฐานระดับสากลที่รับรองความรู้ ความสามารถในการใช้งานทักษะด้านฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ โปรแกรมสำนักงานสำเร็จรูป จึงเป็นการเปิดโอกาสให้คนไทยที่ถือ certificate ของ Certiport สามารถรับหนังสือรับรองสมรรถนะสนับสนุนการทำงานจากสถาบันได้ด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ Certiport จะทำหน้าที่เป็นหน่วยให้บริการฝึกอบรม เพื่อนำไปสู่การรับรองทักษะด้านดิจิทัล โดยผู้ที่ผ่านการฝึกอบรมและทดสอบโดย Certiport ก็สามารถรับหนังสือรับรองจากสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพได้ในคราวเดียวกัน รวมถึงยังสามารถเก็บสะสมสมรรถนะเพื่อนำไปสู่การรับประกาศนียบัตรคุณวุฒิวิชาชีพได้ในอนาคต ผ่านการใช้แพลตฟอร์ม E-Workforce ecosystem (EWE) ได้ จึงนับเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญที่จะช่วยสร้างทักษะ ความรู้ใหม่ๆ พร้อมสร้างจุดแข็งให้คนไทย ในการยกระดับความสามารถด้านการใช้ดิจิทัล เพื่อเป็นใบเบิกทางไปสู่การเป็นผู้มีทักษะสูงในการทำงาน Mr.Jeffrey Lewis ระบุว่า ต้องการให้ความร่วมมือครั้งนี้ขยายไปถึงภาคการศึกษา ภาคธุรกิจ และการพัฒนาด้านอุตสาหกรรม ที่จะช่วยต่อยอดสมรรถนะในการทำงานของแรงงานให้สูงขึ้น ซึ่งนอกจากพัฒนาแรงงานของไทยแล้ว ก็จะส่งผลต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศอีกด้วย สำหรับการรับรองมาตรฐานอาชีพของ Certiport มาใช้เป็นสมรรถนะสนับสนุนการทำงานของสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ ปัจจุบันมีด้วยกัน 7 สมรรถนะสนับสนุนการทำงาน ประกอบด้วยสมรรถนะสนับสนุนการทำงานด้านการใช้โปรแกรมประมวลผลคำ สำหรับการทำงาน (Microsoft Office Specialist Program: Microsoft Word) สมรรถนะสนับสนุนการทำงานด้านการใช้โปรแกรมตารางคำนวณ สำหรับการทำงานขั้นต้น (Microsoft Office Specialist Program: Microsoft Excel) สมรรถนะสนับสนุนการทำงานด้านการใช้โปรแกรมตารางคำนวณ สำหรับการทำงาน ขั้นประยุกต์ (Microsoft Office Specialist Program: Microsoft Excell Expert) สมรรถนะสนับสนุนการทำงานด้านการใช้โปรแกรมงานนำเสนอ สำหรับการทำงาน (Microsoft Office Specialist Program: Microsoft PowerPoint) สมรรถนะสนับสนุนการทำงานด้านการใช้โปรแกรมสร้างภาพราสเตอร์ สำหรับการออกแบบ (Adobe Certified Professional: Photoshop) สมรรถนะสนับสนุนการทำงานด้านการใช้โปรแกรมสร้างภาพเวกเตอร์ สำหรับการออกแบบ (Adobe Certified Professional: Illustrator) สมรรถนะสนับสนุนการทำงานด้านการใช้โปรแกรมตัดต่อวีดีโอ สำหรับงานมัลติมีเดีย (Adobe Certified Professional: Premiere Pro) ซึ่งผู้ที่ได้รับการรับรองจาก Certiport มาแล้วสามารถมายื่นขอรับหนังสือรับรองสมรรถนะสนับสนุนการทำงานจากสถาบันได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป เบื้องต้นมีผู้ผ่านการทดสอบสมรรถนะสนับสนุนการทำงานของสถาบันตามมาตรฐานของ Certiport แล้ว 250 คนด้วยกัน

  • 7 หน่วยงาน ลงนาม MOU ร่วมพัฒนาบุคลากรและนวัตกรรมด้านการบิน ขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางด้านการบินของภูมิภาค

    17.05.2567
    344 View

    7 หน่วยงาน ลงนาม MOU ร่วมพัฒนาบุคลากรและนวัตกรรมด้านการบิน ขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางด้านการบินของภูมิภาค วันนี้ (วันที่ 17 พฤษภาคม 2567) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) และหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนากำลังคนและทุนด้านการพัฒนาสถาบันอุดมศึกษา การวิจัยและการสร้างนวัตกรรม (บพค.) ร่วมมือกับบริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด (บวท.) สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) (สคช.) ภายใต้การกำกับดูแลของนายกรัฐมนตรี และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ลงนามบันทึกความเข้าใจ (Memorandum of Understanding: MOU) ว่าด้วยความร่วมมือเรื่องการพัฒนาบุคลากรและนวัตกรรมด้านการบิน โดยมีผู้บริหารและพนักงานเจ้าหน้าที่ของแต่ละหน่วยงานเข้าร่วมพิธีลงนามดังกล่าวอย่างพร้อมเพรียงกัน ณ ห้องประชุม Auditorium เขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EECi) สำนักงานใหญ่ วังจันทร์วัลเลย์ อำเภอวังจันทร์ จังหวัดระยอง มีวัตถุประสงค์ในการเชื่อมโยง ประสานงานกันเป็นเครือข่ายด้านการพัฒนานวัตกรรมการบินควบคู่ไปกับการพัฒนาบุคลากรระดับอุดมศึกษา หวังปั้นเป็นศูนย์กลางด้านการบินแห่งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ASEAN Hub of Aviation) เพื่อสอดรับกับการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศไทยผ่านการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมด้วยระบบวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ดร. กิติพงค์ พร้อมวงค์ ผู้อำนวยการสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) กล่าวว่า การพัฒนาบุคลากรและนวัตกรรมด้านการบินเป็นเรื่องที่สำคัญมาก สอดรับกับนโยบายของนายกรัฐมนตรี (นายเศรษฐา ทวีสิน) ที่ได้เน้นย้ำเรื่องการเป็นศูนย์กลางการบิน (Aviation Hub) และศูนย์กลางการซ่อมบำรุงอากาศยาน (MRO Hub) ของภูมิภาค ซึ่งจะมีส่วนช่วยส่งเสริมการเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยว (Tourism Hub) และศูนย์กลางโลจิสติกส์ (Logistic Hub) ได้อีกด้วย การร่วมมือกันครั้งนี้จะมีการพัฒนานวัตกรรมและพัฒนาบุคลากรสมรรถนะสูง และจะมีการ Spill-over ออกมาในอุตสาหกรรมการบิน (Aviation) ซึ่งจะช่วยสนับสนุนให้ประเทศไทยเป็น Aviation Hub ที่มีนวัตกรรมที่ใช้ Local content ในประเทศ และสร้างผลกระทบ (Impact) สูงมาก โดย สอวช. บพข. และ บพค. จะทำงานร่วมกันผ่านโครงการ Project lead the way เพื่อพัฒนาวัตกรรม และพัฒนาบุคลากรสมรรถนะสูงสองกลุ่ม คือ กลุ่มวิศวกร และกลุ่มที่ Spinoff ในรูปแบบบริษัท (Corporate) ที่เป็นเจ้าของเทคโนโลยี เพื่อผลิตเทคโนโลยีให้กับ บวท. และต่างประเทศ โดยเป้าหมายของ Aviation Hub จะต้องมีนวัตกรรมที่เป็นของคนไทย สร้างธุรกิจฐานนวัตกรรม (Innovation Driven Enterprise: IDE) และสร้างบุคลากรสมรรถนะสูงเข้าสู่อุตสาหกรรมการบินต่อไป ดร. วุฒิ ด่านกิตติกุล รองผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กล่าวว่า EECi อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เป็นหนึ่งใน โครงสร้างพื้นฐานด้านนวัตกรรมที่สำคัญของประเทศ โดยถือเป็นส่วนหนึ่งของโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ซึ่งรัฐบาลพัฒนาขึ้นเพื่อเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศตามวิสัยทัศน์ Thailand 4.0 สำหรับการเข้าร่วมเป็นภาคีของบันทึกความเข้าใจในครั้งนี้ จะเป็นการเปิดโอกาสให้บุคลากรวิจัยของ สวทช. ได้เข้าร่วมการพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรมด้านการบิน สร้างเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการและอุตสาหกรรม อีกทั้งส่งเสริมให้เกิดการใช้ประโยชน์โครงสร้างพื้นฐานด้านการขยายผลงานวิจัย (Translational Research Infrastructure) ภายใน EECi เพื่อการพัฒนานวัตกรรมด้านการบิน ยกตัวอย่างเช่น Testbed สำหรับการพัฒนาหุ่นยนต์ ระบบอัตโนมัติ ระบบอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะที่อยู่ภายในศูนย์นวัตกรรมการผลิตยั่งยืน (SMC) สนามทดสอบอากาศยานไร้คนขับ (UAV Sandbox) และพื้นที่ภายในกลุ่มอาคารสำนักงานใหญ่ EECi ที่จะสามารถช่วยสนับสนุนให้เกิดการขยายผลการวิจัย พัฒนาและนวัตกรรมด้านการบินให้รุดหน้า เพื่อบรรลุเป้าหมายสำคัญในการพัฒนาพื้นที่เขตเศรษฐกิจภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor: EEC) ให้เป็นศูนย์กลางทางการบินและโลจิสติกส์ที่สำคัญของภูมิภาค ดร. ณพศิษฏ์ จักรพิทักษ์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด (บวท.) กล่าวว่า “ความร่วมมือครั้งนี้ จะเป็นการเปิดโอกาสให้บุคลากรร่วมสร้างนวัตกรรมด้านการบิน เช่น นวัตกรรมการบริหารจราจรทางอากาศ (Air Traffic Management Innovation) นวัตกรรมสำหรับการปฏิบัติการ ณ ท่าอากาศยาน (Airport Operations Innovation) นวัตกรรมอากาศยานซึ่งไม่มีคนขับ (Unmanned Aircraft Innovation) และนวัตกรรมการจัดการอากาศยานซึ่งไม่มีคนขับ (Unmanned Traffic Management Innovation) ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการและพัฒนาอุตสาหกรรมการบินของประเทศ ความสอดคล้องตามความต้องการขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) ในพัฒนาบุคลากรมืออาชีพให้พร้อมปฏิบัติงานด้านการบินและงานที่เกี่ยวเนื่องในอนาคต (Next Generation of Aviation Professional: NGAP) และการยกระดับความสามารถในกิจการบิน รวมทั้งรองรับเป้าหมายของรัฐบาลในการพัฒนาพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor: EEC) ยกระดับอุตสาหกรรมการบินและโลจิสติกส์ พร้อมขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการบินของภูมิภาคต่อไป รองศาสตราจารย์ ดร. ธงชัย สุวรรณสิชณน์ ผู้อำนวยการหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) กล่าวว่า การร่วมมือในครั้งนี้ถือเป็นการสร้างแรงกระเพื่อมที่สำคัญในการยกระดับอุตสาหกรรมการบินของประเทศ ผ่านการทำงานร่วมกันระหว่างภาคส่วนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่ง บพข. พร้อมที่จะสนับสนุนการวิจัยและพัฒนานวัตกรรม ที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรมการบินของประเทศ รวมทั้งสนับสนุนให้มีการจัดการในมิติที่สำคัญ เช่น Stakeholder engagement/ Empowerment, Risk and change management และการจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่เหมาะสม เพื่อผลักดันให้เกิดความสำเร็จตามระดับ Technology Readiness Level (TRL) ที่คาดหวัง และเกิดการต่อยอดต้นแบบนวัตกรรมไปสู่การใช้ประโยชน์จริงในเชิงพาณิชย์ (Innovation Utilization) ในธุรกิจการบิน หรือการขยายผลผ่านการจัดตั้งบริษัทสตาร์ทอัพ (Startup) เป็นต้น ซึ่งนอกจากจะเป็นการพัฒนานวัตกรรมการบินแล้ว ยังเป็นการพัฒนาทักษะและความสามารถด้านนวัตกรรมของผู้ร่วมโครงการ ทั้งภาคสถาบันอุดมศึกษา ภาควิชาการ ภาควิจัย และภาคเอกชน ผ่านการปฏิบัติจริง ถือเป็นการสร้างระบบนิเวศอุตสาหกรรมการบินที่เข้มแข็ง เพื่อนำไปสู่การยกระดับความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมการบินของประเทศต่อไป ศาสตราจารย์ ดร. สมปอง คล้ายหนองสรวง ผู้อำนวยการหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนากำลังคนและทุนด้านการพัฒนาสถาบันอุดมศึกษา การวิจัยและการสร้างนวัตกรรม (บพค.) กล่าวว่า "การสานพลังความร่วมมือในการลงนาม MOU ครั้งนี้ นับว่าจะเป็นอีกก้าวสำคัญของอุตสาหกรรมการบินของประเทศที่จะเป็นการยกระดับทักษะและสมรรถนะเฉพาะบุคคลให้แก่บุคลากรที่ปฏิบัติหน้าที่ในการควบคุมการเดินอากาศ การจราจรทางอากาศให้เป็นไปตามมาตรฐานขององค์การการบินพลเรีอนระหว่างประเทศ โดยมุ่งเน้นพัฒนาทักษะใหม่ (New Skillset) ความสามารถที่ตรงตามความต้องการของภาคผู้ใช้ (Demand-driven) เพื่อขับเคลื่อนให้ประเทศไทยมีขีดความสามารถในการแข่งขันที่สูงขึ้นทัดเทียมในระดับสากลได้ โดย บพค. จะเป็นอีกหนึ่งฟันเฟืองที่ร่วมขับเคลื่อนการพัฒนากำลังคนสมรรถนะสูงด้านการวิจัยและสร้างนวัตกรรมด้านการบินมุ่งสู่อุตสาหกรรมแห่งอนาคต รวมถึงสนับสนุนการสร้างทักษะผู้ประกอบการ (Entrepreneurship) ให้เป็นผู้สร้างเทคโนโลยีใหม่ๆ ทั้งนี้ บพค. มองว่าการเตรียมความพร้อมด้านกำลังคนสมรรถนะสูงให้มีทักษะใหม่ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม จะเป็นส่วนช่วยผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการบิน (Aviation Hub) ในอนาคต” นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า “ส.อ.ท. มีความพร้อมในการขับเคลื่อนความร่วมมือว่าด้วยเรื่องการพัฒนาบุคลากรและนวัตกรรมด้านการบิน หรือ NGAP-Digital transformation เนื่องจากสอดคล้องกับนโยบาย ส.อ.ท. ภายใต้ ONE FTI ที่จะมุ่งเน้นการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเดิม (First Industries) ซึ่งประกอบไปด้วย 46 กลุ่มอุตสาหกรรม 11 คลัสเตอร์ 76 สภาอุตสาหกรรมจังหวัด 5 สภาอุตสาหกรรมภาค เพื่อให้เกิดการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน ไปสู่อุตสาหกรรมใหม่หรืออุตสาหกรรมแห่งอนาคต (Next-GEN Industries) โดยหนึ่งในอุตสาหกรรมเป้าหมายที่ส.อ.ท. ขับเคลื่อน คือ อุตสาหกรรมการบินและอากาศยาน ส.อ.ท. มุ่งหวังให้เกิดการพัฒนานวัตกรรมด้านการบิน จากความต้องการของภาคอุตสาหกรรมสู่การขยายผลกลุ่มอุตสาหกรรมของ ส.อ.ท. ให้สามารถต่อยอดได้ในเชิงพาณิชย์ รวมถึงการพัฒนาบุคลากรในภาคอุตสาหกรรม ด้าน Upskill และ Reskill” เพื่อขับเคลื่อนความร่วมมือด้านการพัฒนาบุคลากรและนวัตกรรมด้านการบิน ส.อ.ท. มีแผนจัดตั้งกลุ่มอุตสาหกรรมการบินและอากาศยาน เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมให้เติบโต ผ่านกลไกการดำเนินงานของ Cluster of FTI Future Mobility-ONE (CFM-ONE) และสภาอุตสาหกรรมจังหวัดในพื้นที่ EEC รวมถึงการใช้ประโยชน์จากแพลตฟอร์มส.อ.ท. อาทิ FTI Academy และสถาบันเสริมสร้างขีดความสามารถมนุษย์ เพื่อยกระดับให้ผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรมได้เพิ่มพูนทักษะที่สอดคล้องกับอุตสาหกรรม และยังเป็นการเตรียมความพร้อมรองรับ Future Skill กับอุตสาหกรรมสมัยใหม่ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมการบิน ซึ่งจะเป็นโอกาสของภาคอุตสาหกรรมในการเสริมสร้างความแข็งแกร่ง และเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันของตลาดโลก นางสาวจุลลดา มีจุล ผู้อำนวยการ สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ กล่าวว่า สถาบันพร้อมให้ความร่วมมือและร่วมพัฒนาบุคลากรที่มีสมรรถนะสูงด้วยกลไกการพัฒนาและรับรองสมรรถนะของบุคลากรที่ปฏิบัติงานด้านการบินในมิติส่งเสริมสมรรถนะที่ทำให้การประกอบอาชีพก้าวสู่การแข่งขันของเศรษฐกิจได้มากขึ้น โดยเฉพาะในด้าน Digital Skill ตามภารกิจหลักของสถาบัน โดยการรับรองทักษะที่เป็นสมรรถนะสูงสำหรับการเป็นผู้ปฏิบัติงานด้านการบินและงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็น Data Analytic, Data Science, Data Engineer เป็นต้น จะสามารถตอบโจทย์การเป็นผู้สร้างเทคโนโลยีแห่งอนาคต (Future Technology) ในอุตสาหกรรมการบินด้วยระบบคุณวุฒิวิชาชีพ ซึ่งส่งผลให้กิจการการบินมีผู้ปฏิบัติงานที่มีสมรรถนะสูง ขณะเดียวกันด้วยแพลตฟอร์ม E-Workforce Ecosystem Platform จะสามารถทำให้บุคลากรเข้าถึงการพัฒนาตนเองให้มีสมรรถนะที่สูงขึ้นและได้รับการส่งเสริมในอาชีพจากภาครัฐอย่างเป็นระบบ สามารถสั่งสมสมรรถนะด้วยระบบ Competency Credit Bank โดยการส่งเสริมให้มีการต่อยอดสู่การรับรองคุณวุฒิวิชาชีพในอาชีพที่มีสมรรถนะสูงของ สคช. อันจะเกิดประโยชน์สูงสุดต่อบุคลากรด้านการบิน ตลอดจนสามารถยกระดับอุตสาหกรรมการบินและโลจิสติกส์ พัฒนาให้เกิดมหานครการบินภาคตะวันออก (Aerotropolis) และผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการบินและประตูเศรษฐกิจสู่เอเชีย

  • สคช.หารือ กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ สร้างความร่วมมือในการพัฒนามาตรฐานอาชีพและคุณวุฒิวิชาชีพ รองรับการพัฒนายกระดับบุคลากรของกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ด้วยแพลตฟอร์ม E-Workforce Ecosystem

    14.05.2567
    390 View

    นายนิธิวัชร์ ศิริปริยพงศ์ รองผู้อำนวยการสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ พร้อมด้วย นางสาวพรภัทรา ฉิมพลอย ผู้อำนวยการสำนักขับเคลื่อนภารกิจพิเศษ หารือร่วมกับนางสาวบุญรัตน์ อาจหาญรณฤทธิ์ ผู้อำนวยการสำนักมาตรฐานการบัญชีและการสอบบัญชี และคณะเจ้าหน้าที่ กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เกี่ยวกับแนวทางการสร้างความร่วมมือในการพัฒนามาตรฐานอาชีพและคุณวุฒิวิชาชีพ รองรับการพัฒนายกระดับบุคลากรของกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ด้วยแพลตฟอร์ม E-Workforce Ecosystem นอกจากนี้จะได้มีการส่งเสริมให้บุคลากรของกรมตรวจบัญชีสหกรณ์เข้าใช้งานแฟ้มสะสมผลงานอิเล็กทรอนิกส์ ( E-Portfolio) รวมถึงสร้างการเรียนรู้สมรรถนะบุคคลตามมาตรฐานอาชีพผ่านทางระบบ E-Training และยังได้มีการหารือทิศทางการดำเนินงานให้ความช่วยเหลือแนะนำด้านการเงิน การบัญชี ให้กับสถาบันเกษตรกรทั่วประเทศ

  • สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทยหารือ สคช. ร่วมมือยกระดับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี

    13.05.2567
    355 View

    นางสาวจุลลดา มีจุล ผู้อำนวยการสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ พร้อมด้วย นางสาววรชนาธิป จันทนู รองผู้อำนวยการสถาบัน หารือร่วมกับ นายแสงชัย ธีรกุลวาณิช ประธานสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย และคณะ เพื่อร่วมมือกันในการยกระดับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในหลากหลายสาขา และเพื่อสร้างเครือข่ายในการนำมาตรฐานอาชีพไปใช้ประโยชน์อุตสาหกรรมต่างๆ อาทิ ด้านการแปรรูปสัตว์น้ำ การแปรรูปผักผลไม้ , อุตสาหกรรมเซรามิกส์และเครื่องเคลือบ และอุตสาหกรรมพลาสติก เป็นต้น

  • สคช.หนุนอาชีพนักเขียนไทย 1 ในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ พัฒนาซอฟพาวเวอร์ สร้างมืออาชีพ

    09.05.2567
    386 View

    สคช.หนุนอาชีพนักเขียนไทย 1 ในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ พัฒนาซอฟพาวเวอร์ สร้างมืออาชีพ นางสาวจุลลดา มีจุล ผู้อำนวยการสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ กล่าวภายหลังการหารือกับนางนรีภพ จิระโพธิรัตน์ นายกสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย เกี่ยวกับการประเมินสมรรถนะของบุคคลตามมาตรฐานอาชีพ และการเป็นองค์กรฝึกอบรม เพื่อพัฒนาบุคลากรในสาขาวิชาชีพธุรกิจหนังสือและสิ่งพิมพ์ ว่า อาชีพนักเขียน เป็นหนึ่งในอาชีพที่อยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ที่จะสามารถต่อยอดการพัฒนาซอฟต์พาวเวอร์ของไทยให้เป็นที่รู้จัก ซึ่งสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย ถือว่ามีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนและผลักดันผู้ที่มีทักษะด้านการเขียน และผู้ที่ประกอบอาชีพนักเขียน ให้ได้รับการการันตีด้วยคุณวุฒิวิชาชีพ โดยเตรียมวางแผนดำเนินการร่วมกันในการรับรองสมรรถนะให้กับนักเขียน ไม่น้อยกว่า 1,000 คน 4 ภูมิภาคทั่วประเทศ ในช่วงเดือนมิถุนายน ถึง กันยายน 2567

  • สคช.ส่งเสริมการพัฒนาซอฟต์พาวเวอร์ด้านการพัฒนาระบบและฐานข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับ 11 อุตสาหกรรม

    08.05.2567
    380 View

    สคช.ส่งเสริมการพัฒนาซอฟต์พาวเวอร์ด้านการพัฒนาระบบและฐานข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับ 11 อุตสาหกรรม นายนิธิวัชร์ ศิริปริยพงศ์ รองผู้อำนวยการสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ เป็นผู้แทนสถาบัน เข้าร่วมการประชุมคณะอนุกรรมการพัฒนาระบบและฐานข้อมูลเพื่อส่งเสริมการพัฒนาซอฟต์พาวเวอร์ ครั้งที่ 1/2567 ซึ่งเป็นนัดแรก หลังจากที่คณะกรรมการพัฒนาซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ ได้มีมติแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ จํานวน 6 คณะ ประกอบด้วย 1. คณะอนุกรรมการจัดทําแผนพัฒนายุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์ของประเทศ 2. คณะอนุกรรมการจัดทํามาตรการและสิทธิประโยชน์ 3. คณะอนุกรรมการกลั่นกรองและกํากับติดตามการดําเนินโครงการ 4. คณะอนุกรรมการด้านการสื่อสารและประชาสัมพันธ์ 5. คณะอนุกรรมการพัฒนาระบบและฐานข้อมูล 6. คณะอนุกรรมการขับเคลื่อนนโยบาย OFOS สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) เป็น 1 ในอนุกรรมการ ของคณะอนุกรรมการพัฒนาระบบและฐานข้อมูล โดยมี นางเมธินี เทพมณี เป็นประธานอนุกรรมการ และ สำนักงาน ป.ย.ป. เป็นอนุกรรมการและเลขานุการร่วม ซึ่งขณะนี้การขับเคลื่อนนโยบายซอฟต์พาวเวอร์ในภาพรวม กำลังเข้าสู่ เฟส2 คือแผนงานขับเคลื่อนนโยบายสู่การปฏิบัติ (พ.ค. 2567 - ก.ย. 2568) มีประเด็นการพิจารณาเกี่ยวกับขอบเขตและแนวทางการขับเคลื่อนของอนุกรรมการพัฒนาระบบและฐานข้อมูลเพื่อส่งเสริมการพัฒนาซอฟต์พาวเวอร์ อาทิ ฐานข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับซอฟต์พาวเวอร์ของหน่วยงานต่าง ๆ , ผลการสํารวจความต้องการคณะอนุกรรมการฯ ทั้ง 11 อุตสาหกรรม ,รวบรวมข้อมูลจากหน่วยงานภาครัฐ และการกําหนด Template การจัดเก็บ สำรวจ รวบรวมข้อมูลต่างๆ เพื่อนำไปสู่การพัฒนา THACCA Platform และแนวทางการเชื่อมโยงการทำงานกับคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนนโยบาย OFOS ต่อไป

  • สคช. และ HRDK หารือแนวทางยอมรับประกาศนียบัตรรับรองทักษะช่างเชื่อมร่วมกัน

    08.05.2567
    323 View

    สคช. และ HRDK หารือแนวทางยอมรับประกาศนียบัตรรับรองทักษะช่างเชื่อมร่วมกัน นางสาวจุลลดา มีจุล ผู้อำนวยการสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ กับ Mr. Byung Wook Lee, Exective Director, Global Institute for Transferring Skills (GIFTS) และผู้เชี่ยวชาญจาก Human Resources Development Service of Korea (HRDK) สังกัดกระทรวงการจ้างงานและแรงงาน สาธารณรัฐเกาหลี ประชุมเทียบเคียงมาตรฐานอาชีพช่างเชื่อมของสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ และ HRDK เพื่อนำไปสู่การยอมรับประกาศนียบัตรรับรองทักษะร่วมกัน ตามกรอบบันทึกความเข้าใจเพื่อการยอมรับทักษะและคุณวุฒิวิชาชีพร่วมกันของทั้งสองหน่วยงาน โดยในการประชุมได้ข้อสรุปเบื้องต้นเกี่ยวกับหน่วยสมรรถนะหรือทักษะที่สามารถเทียบเคียงกันได้ ซึ่ง สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ และ HRDK จะหารือกันต่อไปเกี่ยวกับระบบประเมินช่างเชื่อม และสรุปแนวทางการรับรองทักษะร่วมกัน นอกจากนี้ สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพได้สังเกตการณ์การฝึกอบรมหลักสูตรตามมาตรฐานอาชีพช่างเชื่อมของ HRDK และได้เยี่ยมชม Hyundai Heavy Industries เพื่อสังเกตการณ์การทำงานของช่างเชื่อมในอู่ต่อเรือ เพื่อเป็นข้อมูลเกี่ยวกับความต้องการทักษะอาชีพช่างเชื่อมของอุตสาหกรรมเกาหลี ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาทักษะให้ช่างเชื่อมไทยที่จะเดินทางไปทำงานได้อย่างตรงจุด

  • สคช.ร่วม 11 หน่วยงาน ประชุมคณะทำงานครั้งแรก มุ่งเป้าเพิ่มผู้ใช้งานในระบบ ตาม Concept Learn to earn

    30.04.2567
    461 View

    สคช.ร่วม 11 หน่วยงาน ประชุมคณะทำงานครั้งแรก มุ่งเป้าเพิ่มผู้ใช้งานในระบบ ตาม Concept Learn to earn นายนคร ศิลปอาชา ประธานกรรมการสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ พร้อมด้วย นายนิธิวัชร์ ศิริปริยพงศ์ รองผู้อำนวยการสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ ในฐานะรองประธานคณะทำงานพัฒนาและขับเคลื่อนการเชื่อมโยง แลกเปลี่ยนและวิเคราะห์ข้อมูลด้านกำลังคน ด้วย E-Workforce Ecosystem Platform (EWE) ประชุมวางแนวทางขับเคลื่อนการทำงานร่วมกับคณะทำงานจากหน่วยงานต่างๆ ได้แก่ สำนักงานปลัดกระทรวงแรงงาน , สำนักงานปลัดกระทรวงอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม , สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา , สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน , กรมการปกครอง , สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก , สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและ สังคมแห่งชาติ , สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล , สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) , สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) และ สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคง ปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ การประชุมครั้งนี้ นับเป็นการหารือร่วมกันนัดแรกภายหลังจากการลงนาม MOU โดยมุ่งที่จะประสานความร่วมมือ ในการสนับสนุนข้อมูลด้านแรงงาน ข้อมูลที่ต้องการเชื่อมโยง และแผนการขับเคลื่อน ระยะ 3-5 ปี เน้นการเพิ่มผู้เข้าใช้งานในระบบ และการพัฒนาระบบให้เต็มรูปแบบผ่านConcept การเรียนรู้ตลอดชีวิต โอกาสนี้ ผู้แทนจากทุกๆหน่วยงานได้ให้ความเห็นและแนวทางในการพัฒนาร่วมกัน ตามที่ศักยภาพของหน่วยงานจะสามารถดำเนินการได้ ด้วย EWE Platform จะเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนการพัฒนาคนตามนโยบายของรัฐบาลในหลายๆด้าน อาทิ การขับเคลื่อนนโยบาย OFOS ภายใต้ยุทธศาสตร์การพัฒนาซอฟต์พาวเวอร์ ที่เตรียมคลิกออฟให้คนไทยเริ่มลงทะเบียนใช้งานได้ต้นเดือน มิถุนายน 2567 ซึ่งตั้งเป้ายกระดับคนไทยให้เป็นแรงงานทักษะสูง สอดรับกับบริการของ EWE Platform ที่ส่งเสริมและมีบริการให้ประชาชนสามารถเข้ามาใช้บริการหลักสูตรฝึกอบรมออนไลน์ อาทิ การทำอาหารไทย ซึ่งเป็น 1 สาขาในนโยบายสนับสนุนส่งเสริมซอฟต์พาวเวอร์ของรัฐบาล

  • สคช.ชี้ทางเลือกHR สายโลจิสติกส์ ใช้งานแพลตฟอร์ม EWE เป็นเครื่องมือพัฒนาบุคลากรภายในองค์กร

    26.04.2567
    692 View

    สคช.ชี้ทางเลือกHR สายโลจิสติกส์ ใช้งานแพลตฟอร์ม EWE เป็นเครื่องมือพัฒนาบุคลากรภายในองค์กร นางสาวจุลลดา มีจุล ผู้อำนวยการสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ ให้ข้อมูลแก่คณะกรรมการและสมาชิกสมาคมตัวแทนขนส่งสินค้าทางอากาศไทย หรือ TAFA เกี่ยวกับ การพัฒนากำลังคนสู่การต่อยอดธุรกิจการขนส่งสินค้าทาง อากาศอย่างยั่งยืนด้วย E- Workforce Ecosystem Platform” หรือ EWE ซึ่งมีหลากหลายบริการในการนำไปเป็นเครื่องมือในการพัฒนากำลังแรงงาน เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ให้ผู้ประกอบการขนส่งสินค้าทางอากาศ ทราบถึงประโยชน์และความสำคัญของระบบแฟ้มสะสมงานอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว อีกทั้งยังเป็นข้อมูลและแนวทางในการเตรียมความพร้อมและปรับตัวเพื่อก้าวสู่การต่อยอดธุรกิจการขนส่งทางอากาศอย่างยั่งยืนเทียบเท่าสากลในอนาคตต่อไป โดยในเดือน พฤษภาคมนี้ e-coupon ที่ภาครัฐจะสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการเรียนรู้ จะเริ่มเปิดให้บริการ ทุกคนสามารถไปกดรับสิทธิ์ตามความสนใจที่อยากจะพัฒนาตนเอง ในหลักสูตรต่างๆ ทั้งหลักสูตรที่จะนำไปสู่การอัพสกิล รีสกิล เน้นเรียนดี มีคืน นำไปลดหย่อนค่าใช้จ่ายในหลักสูตรต่างๆ ได้ ส่วนในภาคของผู้ประกอบการ หรือนายจ้าง ยังสามารถเข้าไปสมัครใช้งานในส่วนขององค์กร/ภาคธุรกิจได้ HR สามารถนำไปใช้ในระบบ HRD หรือวางแผนการพัฒนาบุคคลให้กับพนักงานของบริษัทได้ ถือเป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาบุคลากรที่ครบและจบในที่เดียว ผู้สนใจสามารถเข้าไปศึกษาได้ที่ www.ewe.go.th ดาวน์โหลดApplication EWE Platform ได้ทั้ง ios และ Android

  • สคช.ทำบุญประจำปี 2567 มุ่งมั่นพัฒนาบุคลากรและสร้างองค์กรแห่งการมีวินัยที่ดี

    25.04.2567
    798 View

    สคช.ทำบุญประจำปี 2567 มุ่งมั่นพัฒนาบุคลากรและสร้างองค์กรแห่งการมีวินัยที่ดี นายนคร ศิลปอาชา ประธานกรรมการสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ พร้อมด้วย นางสาวจุลลดา มีจุล ผู้อำนวยการสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ นำคณะผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ สักการะศาลพระพรหม และศาลพระพรหมเทวา ซึ่งประดิษฐาน ณ อาคารเพิร์ล แบงค์ค็อก ซึ่งเป็นที่ตั้งสำนักงาน เนื่องในงานทำบุญประจำปี 2567 โดยได้นิมนต์พระสงฆ์ 9 รูปจากวัดนาคปรก ประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์ เพื่อความเป็นสิริมงคล โดยมีคณะกรรมการสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ ที่ปรึกษา และเจ้าหน้าที่ร่วมในพิธี โอกาสนี้พระราชวชิรธรรมวิเทศ เจ้าอาวาสวัดนาคปรก ได้แสดงพระธรรมเทศนา ในหัวข้อ การมีวินัยที่ดี ว่า "เราต้องมีวาจาดี มีวินัยดี มีศีล มีความอดทน อดทนได้เหมือนก้อนหิน ติดดินได้เหมือนหญ้า อ่อนไหวได้เหมือนธารา แล้วจะทำให้เรามีความสุข"

  • สคช. พร้อมหนุนช่างเสริมความงาม รับคุณวุฒิวิชาชีพ เทียบรับคุณวุฒิทางการศึกษา

    24.04.2567
    863 View

    สคช. พร้อมหนุนช่างเสริมความงาม รับคุณวุฒิวิชาชีพ เทียบรับคุณวุฒิทางการศึกษา นางสาวจุลลดา มีจุล ผู้อำนวยการสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ เป็นประธานในพิธีมอบใบประกาศนียบัตรคุณวุฒิวิชาชีพแก่ผู้ที่ผ่านการประเมินในสาขาวิชาชีพธุรกิจเสริมสวยและเสริมสร้างสุขภาพร่างกาย ณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลภาคตะวันออก วิทยาเขตจักรพงษภูวนารถ มีผู้ที่เข้ารับมอบประกาศนียบัตรจำนวน 305 คน จากหลากหลายอาชีพ อาทิ อาชีพผู้สอนทำผมบุรุษ สตรี ผู้สอนทำเล็บ ผู้สอนแต่งหน้า ผู้สอนสักคิ้ว ผู้สอนต่อขนตา และอาชีพช่างทำผมบุรุษ สตรี ช่างทำเล็บ ช่างแต่งหน้า ช่างสักคิ้ว ช่างต่อขนตา ซึ่งผู้ที่ได้รับประกาศนียบัตรคุณวุฒิวิชาชีพในครั้งนี้ ล้วนแล้วแต่เป็นผู้ที่ประกอบอาชีพในธุรกิจเสริมสวยและได้พัฒนาตนเอง สั่งสมประสบการณ์ และเข้าสู่กระบวนการประเมินจากผู้เชี่ยวชาญในอาชีพ จนได้รับการรับรองการันตีว่ามีทักษะการทำงานที่เป็นไปตามมาตรฐานสากล ภายใต้การรับรองจากสมาคมการศึกษาเอกชนนอกระบบและสมาคมโรงเรียนเสริมสวยและตัดเย็บเสื้อผ้า ในฐานะองค์กรที่มีหน้าที่รับรองสมรรถนะบุคคลตามมาตรฐานอาชีพของ สคช. ด้าน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ฆณการ ภัณณิพงส์ รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก กล่าวว่า ปัจจุบันในได้มีการประสานความร่วมมือในส่วนของภาคการศึกษา กับภาควิชาชีพให้เปิดโอกาสแก่ผู้ที่มีทักษาะในวิชาชีพและได้รับการรับรองจากสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ เพื่อให้ทุกคนต้องเข้าถึงการศึกษาทุกช่วงวัย ซึ่งเป็นทิศทางที่จะช่วยส่งเสริมปรัชญาของมหาวิทยาลัยที่ว่า รู้ชัด ปฏิบัติได้