ข่าวประชาสัมพันธ์

  • สคช. เดินหน้า ประสานพลัง สภาอุตสาหกรรมจังหวัดภูเก็ต ยกระดับกำลังคน รองรับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ

    24.04.2567
    870 View

    สคช. เดินหน้า ประสานพลัง สภาอุตสาหกรรมจังหวัดภูเก็ต ยกระดับกำลังคน รองรับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ นายนคร ศิลปอาชา ประธานกรรมการสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ พร้อมด้วยนางสาวจุลลดา มีจุล ผู้อำนวยการสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ นางสาววรชนาธิป จันทนู รองผู้อำนวยการสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ นำคณะ พบนายมนต์ทวี หงษ์หยก ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วยนางสาวเชิญพร กาญจนสายะ ประธานสภาอุตสาหกรรมกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน และนายวีรวัฒน์ เลี่ยนอุดม เลขาธิการสภาอุตสาหกรรมจังหวัดภูเก็ต เพื่อหารือแนวทางความร่วมมือ ในการพัฒนากำลังคนในอาชีพ ของจังหวัดภูเก็ต เติมเต็มความเชื่อมั่นให้นักท่องเที่ยว รองรับการกลับมาฟื้นตัวของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว และเศรษฐกิจเมืองภูเก็ต ที่ผ่านมา สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) หรือ สคช. ได้ร่วมสภาอุตสาหกรรมจังหวัดภูเก็ต สมาคมโรงแรมไทยภาคใต้ และสมาคมที่พักบูติคภูเก็ต จัดอบรมอาชีพ เพื่อรองรับการท่องเที่ยวภายหลังผ่านพ้นสถานการณ์วิกฤตโควิด19 ทั้งในเรื่องผู้ให้บริการในโรงแรมที่พัก ผู้ประกอบอาหารในร้านอาหาร ผู้ประกอบอาหารริมบาทวิถี อาชีพด้านสปา รวมถึงการนำทัพผู้เชี่ยวชาญการชงกาแฟ มาเติมทักษะ ให้ผู้ประกอบการในจังหวัดภูเก็ต ตอกย้ำแนวคิดการเติมเสน่ห์ให้ภูเก็ต ให้กลายเป็นเมืองแห่งบาริสต้า ทั้งนี้ ในการหารือ ทางสภาอุตสาหกรรมจังหวัดภูเก็ต จะมีการสรุปผลอาชีพที่มีความต้องการพัฒนากำลังคนในพื้นที่ เพื่อให้ สคช.ยกระดับด้วยคุณวุฒิวิชาชีพต่อไป

  • สคช. หารือ วิทยาลัยเทคนิคภูเก็ต ปั้นช่างซ่อมบำรุงเรือยอร์ช พร้อมลงนามจริงอุตสาหกรรมธุรกิจเดินเรือ ตอบโจทยขับเคลื่อนภูเก็ต เป็น Marina Hub

    24.04.2567
    848 View

    สคช. หารือ วิทยาลัยเทคนิคภูเก็ต ปั้นช่างซ่อมบำรุงเรือยอร์ช พร้อมลงนามจริงอุตสาหกรรมธุรกิจเดินเรือ ตอบโจทยขับเคลื่อนภูเก็ต เป็น Marina Hub นางสาวจุลลดา มีจุล ผู้อำนวยการสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ พร้อมด้วยนางสาววรชนาธิป จันทนู รองผู้อำนวยการสถาบัน นำคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ เข้าหารือแนวทางการเดินหน้าพัฒนากำลังคน กับวิทยาลัยเทคนิคภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต องค์กรที่มีหน้าที่รับรองสมรรถนะของบุคคลตามมาตรฐานอาชีพ สาขาวิชาชีพการเดินเรือ สาขาเดินเรือยอร์ช อาชีพช่างซ่อมบำรุงเรือยอร์ช ระดับ 4 ระดับ 5 แห่งแรกของประเทศ โดยมีนายระวิ ดาบทอง ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคภูเก็ต และคณะผู้บริหารให้การต้อนรับ นางสาวจุลลดา กล่าวว่า จังหวัดภูเก็ต ถือเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีผู้ประกอบอาชีพในหลากหลายมิติ สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) หรือ สคช. ได้มีแนวทางการพัฒนากำลังคนของประเทศด้วยการรับรองคุณวุฒิวิชาชีพ โดยเฉพาะการผลักดันอาชีพใหม่ๆ ที่กำลังเกิดขึ้น อาทิ ยานยนต์ไฟฟ้า เครือกลเรือ รวมถึงช่างซ่อมบำรุงเรือยอร์ช สำหรับวิทยาลัยเทคนิคภูเก็ต อาชีพช่างซ่อมบำรุงเรือยอร์ช ที่นอกจากจัดการประเมิน เพื่อให้การรับรองนักเรียนในสังกัด ยังสามารถต่อยอดการประเมินเพื่อรับรองคุณวุฒิวิชาชีพ ไปสู่คนที่อยู่ในอาชีพที่หลุดออกจากภาคการศึกษา ได้มีโอกาสกลับเข้าสู่ระบบการศึกษาในอนาคต ด้วยการสะสมหน่วยสมรรถนะ ผ่านCredit Bank ได้ ทั้งนี้ ไม่เพียงแต่อาชีพช่างซ่อมบำรุงเรือยอร์ช สคช. ยังพร้อมสนับสนุนวิทยาลัยเทคนิคภูเก็ต ให้ต่อยอดการพัฒนากำลังคนไปยังอาชีพที่เกี่ยวข้องกับการเดินเรือ และสาขาวิชาชีพอื่นๆ ต่อไป ผอ.วิทยาลัยเทคนิคภูเก็ต ระบุว่า ช่างซ่อมบำรุงเรือยอร์ช ถือเป็นหนึ่งในอาชีพ ที่กำลังเป็นที่ต้องการของภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว จังหวัดภูเก็ต ตามยุทธศาสตร์การพัฒนาของจังหวัดภูเก็ต ที่วางเป้าหมายขับเคลื่อนให้ภูเก็ตเป็นเมืองศูนย์กลางของการท่องเที่ยวทางทะเล (Marina Hub) หรือมารีนา ฮับของเอเชีย การร่วมกันพัฒนาบุคลากรให้มีคุณวุฒิวิชาชีพ และสามารถทำงานในสถานประกอบการ ที่เกี่ยวข้องกับ ธุรกิจเดินเรือ ธุรกิจท่าเทียบเรือ บริเวณฝั่งอันดามัน มีความต้องการกำลังคนกว่า 1,200 คน โดยวิทยาลัยเทคนิคภูเก็ต ได้มีการจัดการประเมินฯ ช่างซ่อมบำรุงเรือยอร์ช ทั้งในระดับ 4 และ ระดับ 5 รุ่นแรกไปแล้ว มีผู้เข้าสู่การประเมินกว่า 100 คน กว่าร้อยละ 80 ที่ผ่านการประเมินคุณวุฒิวิชาชีพ ตอบโจทย์ความต้องการสถานประกอบการ ที่ต้องการเป็นเมืองศูนย์กลางการท่องเที่ยวทางทะเลระดับโลก

  • สคช. ร่วมกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวเกาะภูเก็ต มอบป้ายมืออาชีพ Street Food สร้างความเชื่อมั่นนักท่องเที่ยวชิม ช้อป

    24.04.2567
    854 View

    สคช. ร่วมกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวเกาะภูเก็ต มอบป้ายมืออาชีพ Street Food สร้างความเชื่อมั่นนักท่องเที่ยวชิม ช้อป สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) หรือ สคช. นำโดย นายนคร ศิลปอาชา ประธานกรรมการสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ พร้อมด้วยนางสาวจุลลดา มีจุล ผู้อำนวยการสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ นางสาววรชนาธิป จันทนู รองผู้อำนวยการ และทีมเชฟ จากสมาพันธ์เชฟประเทศไทย โดย เชฟเสาวกิจ ปรีเปรม นายกสมาพันธ์ฯ เชฟวัชรพงศ์ เมฆผึ้ง จากครัวการบินไทย ในฐานะเลขาธิการสมาพันธ์ และเชฟสุรสิทธิ์ เสมา ผนึกกำลัง ค้นหามืออาชีพ Street Food On Tour ตลาดท้ายรถนาคา จังหวัดภูเก็ต จัดการประเมินสมรรถนะตามมาตรฐานอาชีพ พร้อมมอบป้ายมืออาชีพ ให้ผู้ประกอบอาหารสตรีทฟู้ดทั้งอาหารคาว หวานที่ผ่านการประเมิน กว่า 60 คน นายนคร กล่าวว่า ภาพรวมตลาดอาหารสตรีทฟู้ดของประเทศไทย กลับมาฟื้นตัว และคึกคักมากขึ้น หลังผ่านพ้นสถานการณ์โควิด-19 มีผู้ประกอบการอาหารสตรีทฟู้ดรายใหม่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในเมืองท่องเที่ยว อาทิ กรุงเทพมหานคร เชียงใหม่ พัทยา และภูเก็ต ขณะที่นักท่องเที่ยวต่างชาติ ให้ความนิยมและชื่นชอบรสชาติอาหารริมบาทวิถี จนได้รับการขนานนามว่า ประเทศไทยเป็นสวรรค์ของนักชิม ซึ่ง สคช. ได้เข้ามาเติมเต็มให้กับผู้ประกอบอาหารริมบาทวิถี ด้วยการรับรองคุณวุฒิวิชาชีพ ผู้ที่ผ่านการประเมิน เป็นมืออาชีพ Street Food ไม่เพียงเป็นการเสริมความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยวในการเลือกชิมอาหารเท่านั้น ยังส่งเสริมภาพลักษณ์การท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจของพื้นที่ และตอบโจทย์นโยบาย Soft Power ของรัฐบาลอีกด้วย นางสาวจุลลดา กล่าวว่า เน้นย้ำว่า สคช. จะเป็นหนึ่งจิ๊กซอว์สำคัญ ที่จะช่วยเติมเต็ม ยกระดับให้กับผู้ประกอบอาหารริมบาทวิถี ที่ประกอบอาหารอย่างถูกสุขลักษณะ มีมาตรฐานตั้งแต่การเตรียมวัตถุดิบ การปรุง ไปจนถึงการเก็บล้างอุปกรณ์ ให้ได้รับการรับรองคุณวุฒิวิชาชีพ ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้ ให้ผู้ประกอบการจากการขายสินค้าคุณภาพ สะอาด ปลอดภัย สดใหม่ ได้มาตรฐาน ตอบรับกระแสการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมทางอาหาร สามารถสร้างความมั่นใจให้นักท่องเที่ยวได้ ก็จะเป็นอีกส่วนที่ช่วยสร้างภาพลักษณ์และกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวเชิงอาหารของประเทศทำให้เศรษฐกิจหมุนเวียนมากขึ้นด้วย นายเจ๊ะแอ แก้วศรี เจ้าของร้านดัง ฟารีดาข้าวหมกไก่เจ้าเก่าสะพานหิน ที่มาเปิดร้านให้นักท่องเที่ยวได้ลิ้มลองรสชาติอาหารมุสลิม ทั้งข้าวหมกแพะ ซุปเนื้อ และข้าวหมกไก่ บอกว่า การประกอบอาหารหากเริ่มต้นด้วยความสะอาดแล้ว ก็จะส่งผลให้อาหารอร่อยน่ารับประทานขึ้น นักท่องเที่ยวก็จะมั่นใจว่าสามารถบริโภคอาหารได้อย่างปลอดภัยด้วย นางสาวมัญทิญา สงแก้ว จากร้านราชาโชคซีฟู้ด ซึ่งเป็นหนึ่งในร้านที่ได้รับการการันตีความเป็นมืออาชีพ เจ้าของคอนเซ็ปต์ “ไม่สด ไม่ต้องจ่ายเงิน” บอกว่า การขายอาหารซีฟู้ดสิ่งสำคัญคือ ความสด ใหม่ของวัตถุดิบ ซึ่งป้ายมืออาชีพจะเป็นอีกหนึ่งเครื่องหมายการันตีความสดใหม่ของอาหาร ที่ผู้บริโภคสามารถมั่นใจได้แน่นอนว่าอาหารร้านนี้มีคุณภาพ สำหรับผู้ประกอบอาหารริมบาทวิถี ผู้ประกอบการตลาด ห้างร้าน ที่สนใจอยากได้รับป้ายมืออาชีพเพื่อการันตีผู้ประกอบอาหาร สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) ผ่านทางเว็บไซต์ www.tpqi.go.th หรือโทรสอบถามที่ 063-373-3926

  • สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ-ศูนย์คุณธรรม สานต่อความร่วมมือ “มืออาชีพ คู่คุณธรรม” ตอกย้ำความเข้มแข็งของระบบคุณวุฒิวิชาชีพ

    19.04.2567
    678 View

    สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ-ศูนย์คุณธรรม สานต่อความร่วมมือ “มืออาชีพ คู่คุณธรรม” ตอกย้ำความเข้มแข็งของระบบคุณวุฒิวิชาชีพ วันที่ 19 เมษายน 2567 ณ สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ นางสาวจุลลดา มีจุล ผู้อำนวยการสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ และรศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี ผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรม จรดปากกาลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือ เพื่อร่วมกันการพัฒนาและส่งเสริมองค์กรคุณธรรม และการรับรององค์กรคุณธรรมในระบบคุณวุฒิวิชาชีพ ระหว่างสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) หรือ สคช. กับ ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) หรือ ศคธ. โดยมี นายพิสิฐ รังสฤษฎ์วุฒิกุล กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ นางเมธินี เทพมณี กรรมการผู้ทรงคุณวุฒศูนย์คุณธรรม และคณะผู้บริหารของทั้งสองหน่วยงาน ร่วมแสดงความยินดี และเป็นสักขีพยาน นายพิสิฐ กล่าวว่า สคช. มีองค์กรที่มีหน้าที่รับรองสมรรถนะของบุคคลตามมาตรฐานอาชีพแล้วกว่า 330 แห่ง และมีองค์กรที่ทำหน้าที่ ให้บริการฝึกอบรมแล้ว 10 แห่ง ครอบคลุมทุกภูมิภาคทั่วประเทศ ซึ่งองค์กรทั้งสองประเภทมีจุดประสงค์เดียวกัน คือการพัฒนากำลังคนในอาชีพให้มีมาตรฐานและได้รับการรับรองคุณวุฒิวิชาชีพและสมรรถนะ เพื่อให้กลุ่มคนที่ผ่านการรับรองสมรรถนะบุคคลตามมาตรฐานอาชีพเหล่านั้นสามารถนำทักษะ ความรู้ ความสามารถไปใช้ในการปฏิบัติหน้าที่และพัฒนาประเทศได้ ดังนั้นการนำมาตรฐานด้านคุณธรรมไปใช้ จะเป็นการสร้างความเข้มแข็งให้กับคุณวุฒิวิชาชีพ และยังส่งเสริมให้ภาคีเครือข่ายเป็นองค์กรคุณธรรมต่อไป นางสาวจุลลดา ระบุว่า การลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือครั้งนี้ เป็นการต่อยอดการร่วมกันสร้างกระบวนการรับรองให้กำลังคนมีทักษะ ความสามารถ และมีคุณธรรมควบคู่กัน ซึ่ง สคช. พร้อมจะนำมาตรฐานคุณธรรมสอดแทรกไปในทุกมาตรฐานอาชีพ เพื่อให้องค์กร และบุคลากรที่เกี่ยวข้องในระบบคุณวุฒิวิชาชีพ เกิดความตระหนักรู้ด้านคุณธรรม สามารถนำไปใช้ในการประกอบอาชีพ ตามสาขาวิชาชีพที่ สคช. ให้การรับรอง อันจะก่อให้เกิดประโยชน์โดยตรงต่อการพัฒนาทั้งระดับบุคลากร และระดับองค์กร เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติได้อย่างเป็นรูปธรรม รศ.นพ.สุริยเดว กล่าวว่า ความร่วมมือที่เกิดขึ้น นับเป็นการส่งสัญญาณคุณธรรมให้เกิดกับทุกคน ทุกอาชีพ ด้วยการส่งเสริมความเป็นมืออาชีพ ควบคู่ไปกับการส่งเสริมคุณธรรม สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ นับเป็นต้นแบบ ในการเดินหน้าพัฒนากระบวนการรับรอง เพื่อรองรับนวัตกรรมใหม่ๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้น เพื่อสะท้อนวัฒนธรรมของคนในองค์กร ซึ่งจะสามารถพิสูจน์ได้ว่า หลังจากนี้ คุณธรรมจะเป็นสิ่งที่จับต้องได้ และเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม อันจะเป็นประโยชน์กับผู้ประกอบอาชีพ ในทุกสาขาอาชีพ ที่ได้รับการรับรองคุณวุฒิวิชาชีพต่อไป ที่ผ่านมาในช่วงปี 2563-2566 ทั้ง 2 หน่วยงานได้มีความร่วมมือในการพัฒนาคุณธรรมให้เกิดขึ้นในองค์กรมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งรูปแบบออนไลน์และออนไซต์ ภายใต้บันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการพัฒนาและส่งเสริมองค์กรคุณธรรมและมาตรฐานคุณธรรมในระบบคุณวุฒิวิชาชีพ ซึ่งภายหลังการลงนามครั้งนี้ คณะผู้บริหารได้มีการประชุมหารือ เพื่อสานต่อความร่วมมือในการพัฒนาและผลักดันองค์กร ที่เป็นเครือข่ายของสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ ได้ก้าวไปสู่การเป็นองค์กรคุณธรรมในอนาคตต่อไป

  • สคช.ขยายความร่วมมือสถานประกอบการด้านบริการยานยนต์เจ้าดัง เติมทักษะการันตีช่างมืออาชีพรองรับอุตสาหกรรมยานยนต์แห่งอนาคต

    10.04.2567
    666 View

    สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) นำโดย นายพิริยพงศ์ แจ้งเจนเวทย์ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนานวัตกรรมคุณวุฒิวิชาชีพ มอบหนังสือเห็นชอบหลักสูตรการฝึกอบรมตามมาตรฐานอาชีพ ให้กับ นายสุรเชฏฐ์ พรพิพัฒน์ ผู้จัดการฝ่ายธุรกิจบริการยานยนต์ (Fit Auto) บริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นสถานประกอบการ ผู้ให้บริการด้านยานยนต์ ที่มีการฝึกอบรมแก่พนักงานด้านงานยานยนต์ ในนาม Fit Auto Academy ซึ่งหลักสูตรดังกล่าวมีความสอดคล้องกับมาตรฐานอาชีพของสถาบัน อาชีพช่างซ่อมบำรุงรักษาทั่วไป ระดับ 3 ซึ่งช่างที่ผ่านการฝึกอบรมจะได้รับประกาศนียบัตรคุณวุฒิวิชาชีพซึ่งเป็นมาตรฐานที่รับรองทักษะ ความสามารถของบุคคลที่เป็นมาตรฐานสากล สร้างความเชื่อมั่นในการบริการ นอกจากนี้ ยังได้หารือเพื่อขยายความร่วมมือในการพัฒนาบุคลากรในอาชีพช่างรถยนต์ไฟฟ้า รองรับอุตสาหกรรมบริการยานยนต์อนาคตอีกด้วย

  • สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ ร่วมแสดงความยินดีข่าวสดเข้าสู่ปีที่ 34

    09.04.2567
    603 View

    นางสาววรชนาธิป จันทนู รองผู้อำนวยการสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ เป็นผู้แทนสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) ร่วมแสดงความยินดีวันคล้ายวันครบรอบ 34 ปี บริษัท ข่าวสาด จำกัด หลังจากเปลี่ยนผ่านจากยุคสื่อกระดาษสู่สื่อออนไลน์ ที่ยังคงพัฒนาตัวเองเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้อ่าน พร้อมประกาศความเป็นผู้นำสื่อออนไลน์ ด้วยการมุ่งไปสู่ 10,000 ล้านวิว ภายในปีนี้

  • สคช. นำทีมคุยสถานประกอบการผู้ผลิตผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรไทย ผลักดันให้ยกระดับบุคลากรเป็นมืออาชีพ

    05.04.2567
    598 View

    สคช. นำทีมคุยสถานประกอบการผู้ผลิตผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรไทย ผลักดันให้ยกระดับบุคลากรเป็นมืออาชีพ นางสาวจุลลดา มีจุล ผู้อำนวยการสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ นำทีมเจ้าหน้าที่สถาบัน พบหารือนายพิษณุ อุชุวัฒน์ ประธานสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทยภาคตะวันออก และกรรมการผู้จัดการ บริษัท ปานะโอสถ จำกัด ผู้นำด้านการผลิตยาสมุนไพร ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมและสารสกัดที่ได้รับการรับรองโดยมาตรฐาน ระบบ ISO 9001:2015 / GSPs HACCP และ HALAL ตั้งเป้าการพัฒนาและยกระดับบุคลากร ในสายการผลิต ที่สอดคล้องกับมาตรฐานอาชีพและคุณวุฒิวิชาชีพ ของสถาบัน ในสาขาวิชาชีพบริการสุขภาพ สาขาผลิตภัณฑ์สมุนไพร ซึ่งมีหลากหลายอาชีพ อาทิ อาชีพผู้ควบคุมคลังวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์จากสมุนไพร อาชีพผู้ผลิตผลิตภัณฑ์จากสมุนไพร , อาชีพผู้ตรวจคุณภาพผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรทางเคมี , อาชีพผู้ตรวจคุณภาพผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรทางจุลชีววิทยา , อาชีพผู้ตรวจคุณภาพผลิตภัณฑ์จากสมุนไพร , อาชีพนักวิจัยพัฒนาผลิตภัณฑ์จากสมุนไพร เป็นต้น นอกจากนี้ สถาบันยังเตรียมทำความร่วมมือ กับสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ในการพัฒนากำลังคนอีกหลากหลายอาชีพ อาทิ กลุ่มผู้ประกอบอาชีพงานหัตถกรรมพื้นบ้าน กลุ่มผู้ประกอบอาชีพท่องเที่ยวชุมชน ในพื้นที่ภาคตะวันออกตามนโยบายรัฐบาลที่ส่งเสริมให้ชุมชนในพื้นที่ EEC มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นด้วย

  • เอฟซีปลื้ม สคช.ขยายผลฝึกอบรมเสริมทักษะอาชีพ 5 หลักสูตร การันตีด้วยคุณวุฒิวิชาชีพ สร้างรายได้ให้คนในท้องถิ่นราชบุรี

    04.04.2567
    604 View

    เอฟซีปลื้ม สคช.ขยายผลฝึกอบรมเสริมทักษะอาชีพ 5 หลักสูตร การันตีด้วยคุณวุฒิวิชาชีพ สร้างรายได้ให้คนในท้องถิ่นราชบุรี นางสาวจุลลดา มีจุล ผู้อำนวยการสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ นำทีมวิทยากรแถวหน้า ใน 5 อาชีพ ลงพื้นที่จังหวัดราชบุรี จัดการอบรมห้องเรียนสะสมสมรรถนะตามมาตรฐานอาชีพ ฝึกทักษะทำมาหากิน ณ วิทยาลัยสารพัดช่าง จังหวัดราชบุรี ระหว่างวันที่ 3-5 เมษายน 2567 โดยแบ่งการอบรมเป็น 5 หลักสูตร ได้แก่ หลักสูตรผู้ประกอบอาหารไทย , หลักสูตรผู้ผลิตผลิตภัณฑ์จากสมุนไพร , หลักสูตรบาริสต้า , หลักสูตรเกษตรกรตามแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง ด้านทฤษฎีใหม่ และ หลักสูตรสมรรถนะสนับสนุนการทำงานด้านการใช้อีคอมเมิร์ซ ซึ่งเป็นการขยายผลโครงการหลังจากที่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีในปีที่ผ่านมา การฝึกอบรมในครั้งนี้จึงเป็นการอบรมเต็มหลักสูตรและเข้มข้นมากขึ้น โดยวิทยากรผู้เชี่ยวชาญจะเน้นการต่อยอดทักษะจากพื้นฐานอาชีพเดิม ให้ผู้เข้าอบรมสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มจากวัตถุดิบที่มีในท้องถิ่น ผู้ที่ได้รับการฝึกอบรมและผ่านการประเมินจากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ จะได้รับการการันตีด้วยประกาศนียบัตรคุณวุฒิวิชาชีพ ผ่านแพลตฟอร์มการเรียนรู้และพัฒนาตนเอง EWE ตอบโจทย์ยิ่งเรียน ยิ่งได้ (learn to earn) แนวทางที่รัฐบาลสนับสนุนให้เกิดการพัฒนากำลังคนในทุกระดับ ทุกช่วงวัย ที่สำคัญยังสามารถนำไปเป็นแต้มต่อในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนจากธนาคารออมสิน อีกด้วย

  • สคช. ร่วมสร้างความมั่นคงทางพลังงาน เปิดตัวมาตรฐานอาชีพสาขาพลังงานไฟฟ้าจากเซลล์แสงอาทิตย์และงานระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลม รองรับการใช้พลังงานของประเทศอย่างยั่งยืน

    02.04.2567
    645 View

    สคช. ร่วมสร้างความมั่นคงทางพลังงาน เปิดตัวมาตรฐานอาชีพสาขาพลังงานไฟฟ้าจากเซลล์แสงอาทิตย์และงานระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลม รองรับการใช้พลังงานของประเทศอย่างยั่งยืน 2 เมษายน 2567 ณ ห้องออดิทอเรียม สำนักงานใหญ่ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย นางสาวจุลลดา มีจุล ผู้อำนวยการสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ นำคณะผู้บริหารสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) เข้าร่วมงานประชาสัมพันธ์มาตรฐานอาชีพ สาขาวิชาชีพพลังงานและพลังงานทดแทน สาขาพลังงานไฟฟ้าจากเซลล์แสงอาทิตย์ และสาขางานระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลม ซึ่งจัดโดยการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย หรือ กฟผ. ในฐานะองค์กรที่มีหน้าที่รับรองสมรรถนะบุคคลตามมาตรฐานอาชีพ เพื่อเป็นเผยแพร่ข้อมูล และการประชาสัมพันธ์ให้เห็นความสำคัญของการให้การรับรองบุคลากร ในสาขาอาชีพดังกล่าว โดยมี นางสาวพนา สุภาวกุล ผู้ช่วยผู้ว่าการพัฒนาองค์กร ทำการแทนรองผู้ว่าการบริหาร การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย กล่าวเปิดงาน ท่ามกลางตัวแทนจากหน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชน ที่เกี่ยวข้องในสาขาพลังงานและพลังงานทดแทน นางสาวจุลลดา ได้กล่าวปาฐกถาในหัวข้อความสำคัญของมาตรฐานอาชีพ เพื่อยกระดับกำลังคนของประเทศโดยระบุว่า สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ มีการจัดทำมาตรฐานอาชีพสำหรับคนในอาชีพ ที่จะช่วยยกระดับสมรรถนะให้กับแรงงานที่หลุดจากภาคการศึกษาให้ได้รับการรับรองตามมาตรฐานอาชีพ ขณะที่ผู้ที่จะก้าวเข้าสู่โลกของการทำงาน ก็จะสามารถวัดได้ว่าเราอยู่ตรงไหนของอาชีพ อันจะนำไปสู่การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ สคช. เป็นหน่วยงานที่ให้คุณวุฒิกับคนในอาชีพ หรือปริญญาอาชีพ โดยมีกรอบคุณวุฒิกำหนดความสามารถไว้ 8 ระดับ เป็นกลไกสำคัญที่สามารถเชื่อมโลกของการศึกษา และโลกของอาชีพเข้าไว้ด้วยกัน ผ่านการสั่งสมประสบการณ์การเรียนรู้ตลอดเวลาในสายงาน ที่สามารถเทียบโอนการสั่งสมสมรรถนะไปสู่ภาคการศึกษาได้ ด้วยระบบการวัด การประเมิน เพื่อยืนยันว่ามีความรู้และทักษะเพียงพอที่จะกลับสู่ภาคการศึกษา หรือเพื่อก้าวไปสู่ระดับตำแหน่งงานที่สูงขึ้นได้ อย่างไรก็ตาม ปัจจุบัน มาตรฐานอาชีพ จากสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ ได้ถูกส่งต่อไปยังสถานศึกษา โดยเฉพาะ สถาบันอาชีวศึกษาทั่วประเทศ ไปปรับหลักสูตรการเรียนการสอนให้สอดคล้องกัน เพื่อให้นักเรียน นักศึกษา ที่จบจากหลักสูตรที่ได้รับการรับรองหลักสูตรดังกล่าว ได้วุฒิการศึกษา และรับการรับรองคุณวุฒิวิชาชีพไปพร้อมกัน ขณะที่สถานประกอบการ ในภาคอุตสาหกรรมต่างๆ ได้นำมาตรฐานอาชีพไปจัดทำเป็น In House Training เพื่อพัฒนาบุคลากรในสถานประกอบการ นำไปสู่การยกระดับตำแหน่งงานที่สูงขึ้นต่อไป นอกจากนี้ยังมีปาฐกถาพิเศษ จากนายฉัตรชัย มาวงศ์ ผู้ช่วยผู้ว่าการวิศวกรรมและก่อสร้างโรงไฟฟ้า การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ในหัวข้อ Powering the Future : EGAT’s Pioneering Approach to Renewable Energy Intergration” และการเสวนาในหัวข้อ มาตรฐานคุณวุฒิวิชาชีพด้านพลังงานและพลังงานทดแทน เพื่อยกระดับกำลังคนด้านอุตสาหกรรมพลังงานไฟฟ้า โดยมีนางสาวโอมิกา บุญกัน ผู้อำนวยการสำนักมาตรฐานอาชีพและคุณวุฒิวิชาชีพ เป็นตัวแทนสถาบัน ในการเสวนา พร้อมกับ ดร.รุ่งโรจน์ สงค์ประกอบ ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายวิจัยและวิเทศสัมพันธ์ คณะพลังงานสิ่งแวดล้อมและวัสดุ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระเจอเกล้าธนบุรี ดร.ไพโรจน์ ภานุกาญจน์ SVP-Innovation บริษัทกันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) และนายปัญญา พ่วงลา วิศวกรระดับ 11 ผู้ช่วยผู้ว่าการบำรุงรักษา การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ร่วมในการเสวนา สำหรับ สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) ได้ร่วมกับ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี และผู้เชี่ยวชาญในอาชีพ จัดทำมาตรฐานอาชีพในสาขาวิชาชีพพลังงานและพลังงานทดแทน โดยในปี 2563 ได้ร่วมกันจัดทำมาตรฐานอาชีพ สาขางานระบบผลิตไฟฟ้า ต่อมาปี 2564 กฟผ. เป็นองค์กรรับรองสมรรถนะของบุคคลตามมาตรฐานอาชีพ ในสาขาดังกล่าว พร้อมขยายขอบข่ายการจัดทำมาตรฐานอาชีพ ในสาขาระบบส่งพลังงานไฟฟ้า และสาขางานผลิตไฟฟ้าจากพลังน้ำ จนกระทั่งปี 2566 ได้เดินหน้าจัดทำมาตรฐานอาชีพในสาขาพลังงานไฟฟ้าจากเซลล์แสงอาทิตย์ อาชีพผู้ปฏิบัติงานเดินเครื่องและบำรุงรักษา โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ระดับ 4-5 ผู้ปฏิบัติงานบำรุงรักษาอุปกรณ์ไฟฟ้า โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ และผู้ปฏิบัติงานบำรุงรักษา ระบบไฟฟ้าต่อเนื่องในระดับ 5 ขณะที่ในสาขางานระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลม ในอาชีพผู้ปฏิบัติงานบำรุงรักษา อุปกรณ์ไฟฟ้าของกังหันลม และอุปกรณ์ทางกลของกังหันลม ในระดับที่ 5 เพื่อรองรับการสร้างความมั่นคงทางพลังงานของประเทศต่อไป

  • สคช. ร่วมเผยแพร่แนวทางปฏิบัติที่ดีเกี่ยวกับกรอบคุณวุฒิวิชาชีพในงานสัมมนาร่วมกับ Japan University Accreditation Association และ Taiwan Assessment and Evaluation Association

    01.04.2567
    570 View

    สคช. ร่วมเผยแพร่แนวทางปฏิบัติที่ดีเกี่ยวกับกรอบคุณวุฒิวิชาชีพในงานสัมมนาร่วมกับ Japan University Accreditation Association และ Taiwan Assessment and Evaluation Association สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) เชิญ น.ส. จุลลดา มีจุล ผู้อำนวยการสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพไปบรรยายเกี่ยวกับกรอบคุณวุฒิวิชาชีพ และการพัฒนากำลังคนด้วยมาตรฐานอาชีพ ในฐานะแนวทางปฎิบัติที่ดีในงาน 2024 International Staff Exchange Program โดยมีผู้เข้าร่วมสัมมนาจาก Japan University Accreditation Association และ Taiwan Assessment and Evaluation Association

  • TPQI – HRDK เตรียมขยายแนวทางความร่วมมือ ยกระดับแรงงานไทยที่ทำงานในสาธารณรัฐเกาหลี ด้วยคุณวุฒิวิชาชีพ

    27.03.2567
    758 View

    TPQI – HRDK เตรียมขยายแนวทางความร่วมมือ ยกระดับแรงงานไทยที่ทำงานในสาธารณรัฐเกาหลี ด้วยคุณวุฒิวิชาชีพ สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) หรือ สคช. นำโดย นางสาวจุลลดา มีจุล ผู้อำนวยการสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ และนายนิธิวัชร์ ศิริปริยพงศ์ รองผู้อำนวยการสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ หารือร่วมกับ Mr. Lim Jaegeum Commissioner of the Environment and Labor Committee of the National Assembly และผู้อำนวยการ Human Resources Development Service of Korea (HRDK) สังกัดกระทรวงการจ้างงานและแรงงาน เพื่อหารือถึงแนวทางการขยายความร่วมมือระหว่างสองประเทศ และสร้างการยอมรับในประสบการณ์ และความสามารถของแรงงานไทย นางสาวจุลลดา กล่าวว่า สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ และ HRDK ได้มีความร่วมมือในการพัฒนากำลังคนอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบโจทย์ของทั้งสองประเทศในกรอบ MOU on Mutual Recognition of Skills and Professional Qualifications โดยวางแผนสนับสนุนให้ผู้ที่ได้รับคุณวุฒิวิชาชีพ มีโอกาสเพิ่มขึ้นในการไปทำงานที่สาธารณรัฐเกาหลี โดยลดขั้นตอนการทดสอบหรือมีเงื่อนไขในการคัดเลือกเป็นพิเศษ อย่างไรก็ตามสถาบัน คาดหวังว่าอยากให้สถานประกอบการ หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ของสาธารณรัฐเกาหลี ได้มีการออกเอกสารหลักฐานรับรองทักษะในการทำงานให้คนไทย เพื่อนำมาเทียบโอนประสบการณ์ และรับรองคุณวุฒิวิชาชีพในระดับที่สูงขึ้น รวมถึงได้งานที่ดีขึ้น ได้รับค่าตอบแทนที่สูงขึ้นเมื่อกลับมาที่ประเทศไทย อันจะทำให้การทำงานร่วมกัน ในการส่งเสริมให้แรงงานไทยที่กลับจากสาธารณรัฐเกาหลีสามารถช่วยพัฒนาประเทศไทยได้ดียิ่งขึ้น โดยได้นำร่องในอาชีพช่างก่ออิฐและฉาบปูนไปแล้ว มีการเทียบมาตรฐานอาชีพ และ TPQI คิดว่า Certificate of Career ที่แรงงานไทยได้รับจาก HRDK และสัญญามาตรฐานการจ้างงานที่แรงงานไทยได้รับจากนายจ้างเกาหลีก็เป็นเอกสารส่วนหนึ่งที่นำมาเทียบโอนประสบการณ์ได้ นอกจากนี้ สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ มีแนวทางการพัฒนาแรงงานให้มีทักษะที่พร้อมจะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งการเชื่อมโยงกับภาคการศึกษา อย่างเครือข่ายอาชีวศึกษาทั่วประเทศ ในการทำหลักสูตรฐานสมรรถนะ จากมาตรฐานอาชีพในสาขาที่เกี่ยวข้อง ไปปรับหลักสูตรการเรียนการสอนให้สอดคล้องกัน ซึ่งจะทำให้นักเรียน นักศึกษา ที่จบการศึกษาในหลักสูตรฐานสมรรถนะนั้นๆ จะได้รับทั้งวุฒิทางการศึกษา และคุณวุฒิวิชาชีพไปพร้อมกัน ขณะเดียวกัน สถาบัน ได้มีการทำงานกับ Training Provider และหน่วยฝึกอบรมต่างๆ ที่มีการยึดโยงชุดฝึกอบรมตามมาตรฐานอาชีพของ สคช. เพื่อให้มั่นใจว่า ผู้ที่ผ่านการฝึกอบรมดังกล่าวนั้น สามารถทำงาน และตรงตามความต้องการของผู้ว่าจ้างได้จริง ทั้งนี้ ก็เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับกำลังคนในการก้าวสู่ตลาดแรงงานทั้งในประเทศไทยและสาธารณรัฐเกาหลีต่อไป

  • สคช. รวมพลังต้านโกง ประกาศเจตนารมณ์ต่อต้านการทุจริตทุกรูปแบบ ตอกย้ำองค์กรโปร่งใสไม่รับของขวัญและของกำนัลทุกชนิดจากการปฏิบัติหน้าที่ (No Gift Policy)

    27.03.2567
    640 View

    สคช. รวมพลังต้านโกง ประกาศเจตนารมณ์ต่อต้านการทุจริตทุกรูปแบบ ตอกย้ำองค์กรโปร่งใสไม่รับของขวัญและของกำนัลทุกชนิดจากการปฏิบัติหน้าที่ (No Gift Policy) 27 มีนาคม 2567 ณ ลานกิจกรรม สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) คณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ นำโดย นายพิสิฐ รังสฤษฎ์วุฒิกุล กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ นางสาวจุลลดา มีจุล ผู้อำนวยการ นายนิธิวัชร์ ศิริปริยพงศ์ รองผู้อำนวยการ นางสาวนฤมล พูลทรัพย์ ที่ปรึกษาสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ พร้อมใจกันสวมใส่เสื้อสีเหลือง ปักตราสัญลักษณ์เฉลิมพระชนมพรรษา 72 พรรษา ร่วมประกาศเจตนารมณ์ต่อต้านการคอร์รัปชันทุกรูปแบบ ผ่านกิจกรรมส่งเสริมคุณธรรม ต่อต้านการทุจริต ประพฤติมิชอบ ไม่รับของขวัญและของกำนัลทุกชนิดจากการปฏิบัติหน้าที่ (No Gift Policy) ภายใต้หลักคุณธรรมและความโปร่งใส อีกทั้งยังให้ความสำคัญกับการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (Integrity and transparency Assessment: ITA) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 นายพิสิฐ กล่าวว่า ภาคธุรกิจ ภาคเอกชน ประชาสังคม และประชาชนของประเทศ กำลังจับตามองการทำงานของหน่วยงานภาครัฐ ที่ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาการทุจริตอย่างจริงจัง เนื่องจากการทุจริตนับเป็นอาชญากรรมประเภทหนึ่ง ที่เป็นอุปสรรคต่อการเข้าถึงทรัพยากร และโอกาสในการพัฒนาด้านต่าง โดยเฉพาะผู้นำขององค์กรต้องทำตัวให้เป็นแบบอย่างในเรื่องการละเว้นจากการทุจริตคอร์รัปชัน พร้อมแสดงความจริงใจ และปรับฐานความคิดในการไม่เพิกเฉยต่อการทุจริตในทุกระดับ ขณะเดียวกันรัฐบาลยังคงต้องให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน ความโปร่งใสในการจัดซื้อจัดจ้าง และการใช้จ่ายงบประมาณตลอดจนการสร้างความเข้มแข็ง และความเป็นอิสระให้กับหน่วยงานตรวจสอบ กิจกรรมในวันนี้ จะเป็นการเสริมสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับความรู้ ทัศนคติ ทางด้านคุณธรรม ให้กับผู้บริหาร และบุคลากรในองค์กร พร้อมร่วมแสดงพลังต่อต้านการทุจริต ซึ่งจะส่งผลให้เกิดความโปร่งใสในการทำงานของ สคช. เพื่อให้สาธารณชนได้รับรู้และตรวจสอบได้ต่อไป นางสาวจุลลดา ได้ประกาศเจตจำนงสุจริตในการบริหารงาน ต่อต้านการทุจริตทุกรูปแบบ และไม่รับของขวัญและของกำนัลทุกชนิดจากการปฏิบัติหน้าที่ พร้อมทั้งให้คำมั่นที่จะนำพาสถาบันดำเนินงานให้บรรลุผลสำเร็จตามพันธกิจด้วยความซื่อสัตย์สุจริต มีคุณธรรม ความโปร่งใส รวมถึงการส่งเสริมการปลูกจิตสำนึก และสร้างการมีส่วนร่วมของบุคลากรในการป้องกันและต่อต้านการทุจริต 8 ข้อ ดังนี้ ด้านการปฏิบัติหน้าที่อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยการยึดหลักมาตรฐาน และขั้นตอนอย่างเคร่งครัด รวมถึงการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน ใช้ทรัพยากรอย่างประหยัดและเท่าเทียม ด้านการปฏิบัติหน้าที่อย่างมีประสิทธิผล โดยคำนึงถึงภารกิจที่ตอบสนองความต้องการของประชาชน ด้านการแก้ไขปัญหาต่อการทุจริต มีการทบทวนนโยบายป้องกันการทุจริตในหน่วยงานให้เป็นปัจจุบัน ด้วยการเฝ้าระวัง ตรวจสอบ และปรับปรุงการทำงาน ด้านการใช้จ่ายงบประมาณ ที่ต้องมีความคุ้มค่า โปร่งใส ตรวจสอบได้ มีการใช้จ่ายงบประมาณอย่างคุ้มค่า ด้านการใช้อำนาจ โดยคำนึง 4 หลักสำคัญคือชอบด้วยกฎหมาย สุจริต ไม่เลือกปฏิบัติ และพอเหมาะสมควรได้สัดส่วนพอดี ด้านการใช้ทรัพย์สินของทางราชการ ที่มีกระบวนการกำกับ ตรวจสอบได้ ด้านการเปิดเผยข้อมูล มีการเผยแพร่ข้อมูลพื้นฐานของสถาบัน อย่างครบถ้วน มีประสิทธิภาพ เพื่อแสดงถึงความโปร่งใสในการบริหารงานและการดำเนินงาน รวมถึงมีช่องทางที่หลากหลาย และนำเทคโนโลยีมาพัฒนาการสื่อสารให้มีคุณภาพ และข้อสุดท้ายคือการเสริมสร้างวัฒนธรรมองค์กร ค่านิยมสุจริตในการปฏิบัติงานอย่างมีคุณธรรม จริยธรรม และไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนจากการปฏิบัติหน้าที่ โดยไม่รับ ไม่ให้ของขวัญและของกำนัลทุกชนิดจากการปฏิบัติหน้าที่ (No Gift Policy) ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม พร้อมกันนี้คณะผู้บริหาร ยังร่วมกันลงนามประกาศเจตนารมณ์ และร่วมแสดงออกเชิงสัญลักษณ์การต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการทำให้ประเทศไทยมีการบริหารราชการภายใต้หลักคุณธรรม และความโปร่งใส ซึ่งในปี 2566 สคช. ได้รับการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (ITA) ได้คะแนน 92.68 จากคะแนนเต็ม 100 คะแนน ซึ่งคะแนนจากการประเมินดังกล่าวจะนำไปสู่การยกระดับคะแนนดัชนีการรับรู้การทุจริต หรือ CPI ของประเทศ ทั้งนี้ในปี 2567 สคช. ยังคงมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมการต่อต้าน และป้องกันการทุจริต เพื่อเป็นองค์กรที่โปร่งใส ในการให้บริการคนในอาชีพต่อไป

  • สคช. ร่วม กยศ. หนุนผู้ขอรับเงินกู้ยืมเงินเพื่อการศึกษา ให้พัฒนาตนเองทำกิจกรรมจิตสาธารณะที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมในระหว่างปีการศึกษา เพื่อขอกู้ยืมเงินในปีการศึกษาถัดไป เข้าถึงแหล่งทุน ต่อยอดสู่ทักษะอาชีพ

    26.03.2567
    553 View

    สคช. ร่วม กยศ. หนุนผู้ขอรับเงินกู้ยืมเงินเพื่อการศึกษา ให้พัฒนาตนเองทำกิจกรรมจิตสาธารณะที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมในระหว่างปีการศึกษา เพื่อขอกู้ยืมเงินในปีการศึกษาถัดไป เข้าถึงแหล่งทุน ต่อยอดสู่ทักษะอาชีพ ที่ โรงแรมรามาการ์เดนส์ กรุงเทพ นางสาวจุลลดา มีจุล ผู้อำนวยการสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ มอบหมายให้นางสาวพรภัทรา ฉิมพลอย ผู้อำนวยการสำนักขับเคลื่อนภารกิจพิเศษ เป็นผู้แทนในการบรรยายเกี่ยวกับการใช้งานสื่อการเรียนการสอนออนไลน์ E-learning ของสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ ที่ประกอบด้วยหลักสูตรการฝึกอบรมตามมาตรฐานอาชีพ , มาตรฐานสมรรถนะสนับสนุนการทำงาน จำนวนกว่า 550 ชุดฝึก และการสร้าง E-Portfolio ภายใต้ E-workforce Ecosystem Platform หรือ EWE ให้กับผู้บริหารสถานศึกษา ระดับมัธยมศึกษา และผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวข้องกับการกู้ยืมเงินเพื่อการศึกษา ทั่วประเทศ กว่า 400 แห่ง เพื่อนำไปต่อยอด ขยายผลแก่นักเรียนในสังกัด ด้าน นายชัยณรงค์ กัจฉปานันท์ ผู้จัดการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา กล่าวว่า กองทุนได้กำหนดคุณสมบัติให้ผู้กู้ต้องทำกิจกรรมจิตสาธารณะที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมในระหว่างปีการศึกษา เพื่อขอกู้ยืมเงินในปีการศึกษาถัดไป โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อขัดเกลาจิตใจให้มีความเมตตากรุณา มีความเสียสละและมีจิตสาธารณะ โดยกำหนดชั่วโมงสำหรับผู้ขอกู้ยืมเงิน แบ่งเป็น - กรณีเป็นผู้กู้ยืมเงินรายใหม่ ไม่กำหนดจำนวนชั่วโมง - กรณีเป็นผู้กู้ยืมเงินรายเก่าเปลี่ยนระดับการศึกษา ไม่กำหนดจำนวนชั่วโมง - กรณีเป็นผู้กู้ยืมเงินรายเก่าเลื่อนชั้นปีทุกระดับการศึกษา กำหนดจำนวนไม่น้อยกว่า 36 ชั่วโมง ทั้งนี้ ผู้กู้ยืมสามารถทำกิจกรรมจิตสาธารณะได้ โดยบันทึกการเข้าร่วมโครงการ/กิจกรรมที่ทำประโยชน์ต่อสังคมหรือสาธารณะ ในแบบฟอร์มตามที่กองทุนกำหนด และลงลายมือชื่อผู้รับรองการทำกิจกรรม ได้แก่ หัวหน้าหน่วยงานหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย และ ผู้บริหารสถานศึกษาหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย โดยใช้เป็นหลักฐานในการยื่นขอกู้ยืมในปีถัดไป โดยนอกจากการลงไปทำกิจกรรมเก็บชั่วโมงจิตสาธารณะในพื้นที่แล้ว ยังสามารถใช้ช่องทางการเรียนรู้ผ่านสื่อออนไลน์ของ สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) https://e-training.tpqi.go.th/ เป็นช่องทางเก็บชั่วโมงจิตสาธารณะได้อีกด้วย ซึ่งในปี 2567 นี้ สถาบันมีหลักสูตรชุดฝึกอบรมที่เปิดตัวเพิ่มอีก 41 ชุดฝึก สามารถเลือกเรียนได้ฟรี https://e-training.tpqi.go.th/category/67

  • ชาวร้อยเอ็ดพร้อมต่อยอดสร้างอาชีพ หลังร่วมเปิดโลกอาชีพด้วยคุณวุฒิวิชาชีพ

    22.03.2567
    549 View

    ชาวร้อยเอ็ดพร้อมต่อยอดสร้างอาชีพ หลังร่วมเปิดโลกอาชีพด้วยคุณวุฒิวิชาชีพ นางสาววรชนาธิป จันทนู รองผู้อำนวยการสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ นำทีมวิทยากรระดับแชมป์ประเทศไทย จัดกิจกรรมเปิดโลกคุณวุฒิวิชาชีพ อบรมฝึกทักษะทำมาหากินตามมาตรฐานอาชีพ ณ โรงเรียนพนมไพรวิทยาคาร จังหวัดร้อยเอ็ด ดัดแปลงวัตถุดิบพื้นถิ่นของขึ้นชื่อเมืองร้อยเอ็ดอย่างข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ วัตถุดิบจากโคกหนองนามาแปรรูปสมุนไพรสร้างมูลค่าเพิ่ม รวมถึงอบรมพื้นฐานการทำกาแฟ เทคนิคการถ่ายรูปเพื่อการจำหน่ายสินค้า และเทคนิคการแต่งหน้าตามมาตรฐานอาชีพ เป็นการสร้างพื้นฐานต่อยอดให้เป็นอาชีพได้ ชาวพนมไพร ออกปากขอบคุณสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพที่ช่วยมาเปิดโลก สร้างแรงบันดาลใจในการต่อยอดจากพื้นฐานอาชีพเดิมให้สร้างมูลค่าเพิ่มจากวัตถุดิบท้องถิ่น และวัตถุดิบที่มีอยู่ในบ้านให้มาสร้างเป็นอาชีพได้ ซึ่งความรู้ที่ได้สามารถนำไปใช้ได้ในชีวิตประจำวันได้จริง ทั้งสร้างรายได้ และลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือน แต่ยังพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับชุมชนอีกด้วย

  • สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ ร่วมท้องถิ่นร้อยเอ็ด เปิดโลกคุณวุฒิวิชาชีพ เติมทักษะ ต่อยอดคุณภาพชีวิตคนเมืองข้าวหอม

    21.03.2567
    520 View

    สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ ร่วมท้องถิ่นร้อยเอ็ด เปิดโลกคุณวุฒิวิชาชีพ เติมทักษะ ต่อยอดคุณภาพชีวิตคนเมืองข้าวหอม นางสาววรชนาธิป จันทนู รองผู้อำนวยการสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ นำทีมวิทยากรระดับแชมป์ประเทศไทย ร่วม ท้องถิ่นจังหวัดร้อยเอ็ด จัดกิจกรรมเปิดโลกคุณวุฒิวิชาชีพ อบรมฝึกทักษะทำมาหากินตามมาตรฐานอาชีพ ณ โรงเรียนจตุรพักตรพิมานรัชดาภิเษก จังหวัดร้อยเอ็ด ดัดแปลงวัตถุดิบพื้นถิ่นของขึ้นชื่อเมืองร้อยเอ็ดอย่างเข้าหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ วัตถุดิบจากโคกหนองนามาแปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่ม เช่น เมนูลาบข้าวจี่ สบู่ข้าวหอมมะลิ นอกจากนี้ยังสอนพื้นฐานการทำกาแฟ เทคนิคการถ่ายรูปเพื่อการจำหน่ายสินค้า และเทคนิคการแต่งหน้าตามมาตรฐานอาชีพ เป็นการสร้างพื้นฐานต่อยอดให้เป็นอาชีพได้ โดยท้องถิ่นจังหวัดร้อยเอ็ด มีความต้องการเสริมทักษะทางอาชีพให้กับชาวบ้าน สร้างผลิตภัณฑ์ต่อยอดวัตถุดิบพื้นถิ่น สร้างรายได้ในชุมชน ซึ่งได้กระแสตอบรับจากชาวชุมชนเป็นอย่างดี เนื่องจากขาดองค์ความรู้ในการพัฒนาต่อยอดผลิตภัณฑ์จากวัตถุดิบในท้องถิ่น ซึ่งความรู้ที่ได้สามารถนำไปใช้ได้ในชีวิตประจำวัน ลดค่าใช้จ่าย และสร้างรายได้ในครอบครัวได้

  • เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2567 สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จทอดพระเนตรนิทรรศการ Colors of Buriram และการจัดงานแสดงผลิตภัณฑ์ผ้าไทย และงานหัตกรรมชุมชน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

    19.03.2567
    528 View

    เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2567 สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จทอดพระเนตรนิทรรศการ Colors of Buriram และการจัดงานแสดงผลิตภัณฑ์ผ้าไทย และงานหัตกรรมชุมชน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จำนวน 30 นิทรรศการ ตามโครงการพัฒนาผู้นำการเปลี่ยนแปลงภูมิปัญญาชุมชนไทย ณ สนามหน้าที่ว่าการอำเภอนาโพธิ์ และมูลนิธิส่งเสริมศูนย์ศิลปาชีพพิเศษ บ้านนาโพธิ์ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ (กลุ่มผ้าตุ้มทอง) ตำบลนาโพธิ์ อำเภอนาโพธิ์ จังหวัดบุรีรัมย์ โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายชาดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ นางสาวจุลลดา มีจุล ผู้อำนวยการสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ ข้าราชการ ประชาชน และคณะทำงานโครงการผ้าไทยใส่ให้สนุก เฝ้ารับเสด็จ จากนั้น ทรงเสด็จไปประทับ ณ ห้องทรงงาน พระราชทานพระวโรกาสให้กลุ่มผู้เฝ้ารับเสด็จขอพระราชทานคำแนะนำผลิตภัณฑ์ผ้าไทย และงานหัตกรรมชุมชนที่มีคุณค่าเพื่อส่งเสริมอาชีพและสร้างรายได้ให้กับประชาชนในท้องถิ่น อันจะทำให้เกิดคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืนและเกิดการเพิ่มมูลค่าแก่ผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นในตลาดทั้งในและต่างประเทศ เมื่อทรงงานเสร็จสิ้นแล้วพระองค์ท่านได้เสด็จไปทอดพระเนตรการแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นถิ่นจังหวัดบุรีรัมย์ ชุด "สี่เผ่าไทยบุรีรัมย์ น้อมจงรัก" เป็นการแสดงที่ถ่ายทอดศิลปวัฒนธรรมอารยธรรมกลุ่มชาติพันธุ์ชาวบุรีรัมย์ ผสมผสานผ่านนาฏยลีลาการกระบวนการการทำผ้าไหม แสดงโดยนักเรียนโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาบุรีรัมย์ ในการนี้ ผู้อำนวยการสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ ได้ร่วมเป็นผู้เชี่ยวชาญและผู้ทรงคุณวุฒิในการให้ความรู้และคำปรึกษา คำแนะนำ เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นให้กับบุคคลในพื้นที่ เพื่อให้พร้อมสำหรับเตรียมการรับรองคุณวุฒิวิชาชีพให้ บุคลากรในกลุ่มอาชีพศิลปะหัตถกรรม ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือต่อไป